Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate

Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate
แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นการเทรดค่าเงิน มาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างถูกต้อง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเทรดหุ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเทรดหุ้น แสดงบทความทั้งหมด

หลักการเบื้องต้นในการลงทุน





การเอาเงินทุนของเราไปลงทุน ก็เท่ากับเรามีความเสี่ยงเกิดขึ้นแล้ว เหมือนของการลงทุนและการพนันคือการมีเงินเป็นเดิมพัน การจะทำให้เงินของเราปลอดภัยจริง ๆ ก็คงต้องนำเงินฝากธนาคารเท่านั้น หากนำไปเทรดหุ้น หรือเทรดค่าเงิน ก็ต้องยอมรับของมันด้วย จากนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคนว่าจะมีหลักคิดอย่างไรที่จะรักษาเงินทุนของเราเอาไว้และเพิ่มพูนขึ้นมาด้วยผลกำไร

การลงทุนคือการยอมรับความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ถ้าหากคุณไม่ต้องการเสี่ยงเลยก็ให้เอาเงินทั้ง 100% ไปฝากกับธนาคารและเก็บดอกผลกินทีละเล็กละน้อย โดยที่ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจกับการหายไปของเงินต้นเลยแต่หากอยากเพิ่มผลตอบแทนโดยการใช้วิธีเพิ่มความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนตามกฎ high risk high return ก็ยังมีช่องทางให้นำเงินไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาล กองทุนหุ้น หรือนำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เช่ากันอีกทีก็สามารถทำได้

มาดูในส่วนของตลาดหุ้น หากเราคิดเริ่มจะลงทุนก็ให้เลือกหุ้นที่ปลอดภัย 70% และมีความเสี่ยง 30% โดยเราควรแยกหุ้นออกมาดังนี้

• หุ้นเติบโตต่ำ แต่ให้ผลกำไรสม่ำเสมอและมีฐานะการเงินเข้มแข็ง ให้น้ำหนักที่เงินปันผล ควรเลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมออย่างน้อย 3 ปีติดต่อกัน

• หุ้นที่เติบโตสูง คือโดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างการขยายการลงทุน มักจะจ่ายเงินปันผลต่ำหรืออาจจะไม่จ่ายก็ได้ แต่ให้เราจับตาดูแนวโน้มยิ่งอัตราการเติบโตยิ่งสูงยิ่งดี

• หุ้นบริษัทขนาดใหญ่มีประวัติการก่อตั้งยาวนานมีฐานะการเงินเข้มแข็ง

• หุ้นที่กำลังพลิกฟื้นกิจการ ให้ดูที่แนวโน้มกำไรต่อยอดขายและกระแสเงินสด

• หุ้นวัฏจักรให้ลงทุนตอนช่วงขาขึ้นของวัฏจักรธุรกิจ

ในส่วนของการเลือกการลงทุน หากเรายิ่งลงทุนในระยะยาวมาก ความเสี่ยงจากการลงทุนจะยิ่งลดต่ำลงไปตามลำดับ แต่หากเราใช้วิธีการลงทุนแบบทบต้น นำกำไรหรือเงินปันผลไปลงทุนต่อก็จะทำให้ต้นทุนค่อยๆลดลงหากการลงทุนต่อนั้นมีกำไร

หลักการกระจายความเสี่ยงตามกลุ่มอุตสาหกรรมก็คือ 70% ของเงินลงทุน ควรลงทุนในกลุ่มที่มีความมั่นคงสูงในระยะยาว อีก 30% ควรลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงในระยะสั้นถึงปานกลาง  ซึ่งจริงๆแล้วสูตรการลงทุนไม่มีสูตรตายตัวอะไรขึ้น ขึ้นอยู่กับการสร้างความคาดหวังในผลตอบแทนของนักลงทุนแต่ละคน ที่สำคัญเราต้องรู้ว่าเราคาดหวังกำไรสูงสุดจากการลงทุน โดยยอมรับความเสี่ยงในระดับต่ำที่สุดได้ในระดับใด สุดท้ายแล้วการเลือกหุ้นย่อมเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับของความเสี่ยงได้ดีที่สุด


มาหาวิธีต่อสู้กับความเครียดจากการเทรดกัน





จริง ๆ แล้วการเทรดก็จะมีทั้งมุมของผู้ปลอดจากความเครียดเพราะเค้าเหล่านั้นเทรดแล้วมีกำไร แต่ผู้ที่เทรดแล้วขาดทุนก็ต้องพกความเครียดออกจากสนามกันไป การรู้จักพักใจบ้างเป็นเรื่องสำคัญที่นักเทรดผู้พ่ายแพ้ควรมีติดตัวไว้ จะเครียดมากเครียดน้อยก็ว่ากันไป พักบ้างอะไรบ้างก็ไม่ทำให้ตลาดขาดกำไรแน่นอน

ในตลาดเราให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล พอการต่อสู้จบลงเหตุผลต่าง ๆ ก็ประเดประดังเข้ามา แล้วจะทำอย่างไรให้เหตุผลอยู่เหนืออารมณ์ได้ มาลองดูกัน 

• หากผิดทางก็ปิดสถานะนั้นซะ ไม่ต้องรอให้กราฟกลับทางมา (ถึงแม้เวลาต่อมาจะกลับทางจริง ๆ ก็ตาม) 

• ปิดคอม หรือวางมือถือลงไม่ต้องไปดูว่าใครชนะ ใครแพ้ที่ไหน ๆ พยายามไม่ต้องนึกถึงการเทรดสักพัก อาจทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้

• หากเริ่มผ่อนคลายบ้างแล้ว ค่อยเปิดผลการเทรดออกมาดูแล้วค่อย ๆ นึกว่าการเทรดที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง จดบันทึกการเทรดประจำวัน แล้วหาวิธีการแก้ไข

• คุณอาจกลับเข้าไปดูในกลุ่มเทรดต่าง ๆ ซึ่งอาจจะพบว่าไม่ได้มีคุณคนเดียวที่พลาดท่าเสียที อย่างน้อยคุณก็มีเพื่อนร่วมเทรดที่มีความรู้สึกเดียวกับคุณ 

• ไม่ควรระบายความเครียดด้วยการไปดื่มเหล้าหรือเที่ยวเตร่ตามแหล่งอบายมุขเพราะเพียงแค่หวังว่าจะลืมความเครียดได้ 

• หาเงินที่นำมาเทรดเป็นเงินที่ไปหยิบยืมผู้อื่นมา ก็อย่าได้ใช้การเทรดในวันถัดไปมาทวงเงินคืนเด็ดขาด เพราะอารมณ์ ณ ขณะนั้นจะเต็มไปด้วยความโลภ โอกาสทำกำไรจะน้อยมาก

• เมื่อพร้อมแล้ว ก็หาเวลาว่างศึกษาการเทรดในจุดบกพร่องของตัวเองต่อไป หรืออาจจะลองทดสอบระบบด้วย demo ก่อน มั่นใจแล้วจะเทรดด้วยเงินจริงอีกครั้ง

• อย่าได้ทำให้ในครอบครัวต้องรู้สึกแย่ไปกับคุณด้วย เพราะความผิดพลาดครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าชีวิตคุณจะไม่เหลืออะไร ลองมองดูรอบ ๆ ตัว ยังมีสิ่งดี ๆ อีกมากมายรอคุณอยู่

• ใช้หลักธรรมะเข้ามาช่วยในการเทรดในครั้งต่อไป เช่น การวางใจให้นิ่ง กำไรก็นิ่ง ขาดทุนก็นิ่ง หากใจคุณนิ่ง นั่นหมายความว่าคุณเริ่มมีสติมากขึ้นแล้ว

• หากการเทรดดูยากเกินไป ก็ให้มองหาวิธีการอื่น ๆ ดูบ้าง เช่นการรับจ้างเขียนบทความออนไลน์ การหัดทำเว็บไซต์ การรับลงสินค้าในร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ พร้อม ๆ กับการศึกษาการเทรดไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้คุณมีช่องทางในการหารายได้เพิ่มอีกด้วย


2 ทฤษฏีที่นักเล่นหุ้นมักพูดถึงในการเทรด






แท้จริงแล้วก็ไม่ใช่ทฤษฏีหลักการตายตัวอะไร แต่นักเล่นหุ้นนำมาพูดถึงและเปรียบเทียบกันในบางช่วงเวลา เรามาดูกันว่า 2 ทฤษฎีที่ถูกกล่าวถึงมีอะไรบ้าง

ทฤษฎีคุณยายขายดีกว่า
เป็นเรื่องขำขันในเรื่องจริง ๆ ที่นำมาเปรียบเทียบกับคุณยาย ซึ่งความที่เป็นคนแก่ก็มักจะเป็นคนรอบคอบในทุก ๆ เรื่อง จนกระทั่งการเทรดหุ้นในส่วนของการตัดสินใจในแต่ละครั้ง ก็ต้องคิดแล้วคิดอีกประเภทคิดนั่งคิด ยืนคิด นอนคิด ก็ยังคงติดสินใจไม่ได้ นักเทรดก็เลยแซวว่าคุณยายเนี้ยะ!! ถ้าแกคิดจะซื้อหุ้น แกก็คงจะคิดอยู่หลายตลบเหมือนกับกว่าจะตัดสินใจได้สักที เพราะต้องเลือกหุ้นที่มั่นใจจริงๆ ตลาดหุ้นก็ต้องดีจริงๆ ถึงจะกล้าเข้าไปซื้อ 

วันที่ 1 หุ้นเริ่มขึ้นแต่ก็ไม่กล้าซื้อเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้มันจะตก วันที่ 2 หุ้นก็ขึ้นต่อไปคุณยายก็ยังไม่ซื้ออีกเพราะกลัวว่าวันต่อไปมันจะตก เข้าวันที่ 3 แกก็ยังไม่กล้าซื้ออีกซ้ำแกยังบอกว่ามันขึ้นมาแล้ว 3 วัน วันที่ 4 มันต้องตกแน่ ๆ เพราะมันขึ้นมา 3 วันแล้ว แต่มันก็ยังขึ้นต่อไปอีก คุณยายก็มักจะคิดว่า ไม่ได้แล้วถ้าวันที่ 4 ไม่ซื้อ คราวนี้ตกรถไฟขบวนสุดท้ายแน่ ๆ หุ้นมันต้องไปได้อีกชัวร์ ในที่สุดคุณยายก็ทนไม่ไหวกระโดดเข้ามาร่วมวงในตลาดหุ้นกับเค้าทันทีในวันที่ 4 แต่ทว่าตามทฤษฎีนี้เขาบอกว่านี่คือจุดขายที่ดีที่สุดและถึงเวลาแล้วที่พวกเราลงจากรถไฟกันสักทีเพื่อหลีกทางให้คุณยายขึ้นต่อไป

ทฤษฎีของแมงเม่าบินเข้ากองไฟ หรือ ทฤษฏีคนโง่
กฎของการลงทุนข้อหนึ่งกล่าวไว้ว่า ให้ซื้อหุ้นในราคาที่ถูกแล้วขายในราคาที่หุ้นแพง แต่คนฉลาดมักจะบอกว่าให้ซื้อตอนหุ้นแพงแล้วขายตอนหุ้นแพงกว่า หมายถึงให้เลือกเข้าซื้อตอนหุ้นเริ่มขึ้น ไม่ใช่เข้าซื้อตอนที่หุ้นมันขึ้นไปมากแล้ว หรือซื้อตอนที่หุ้นมันตกลงมามากแล้ว แต่ก็มีอีกหลาย ๆ เสียงบอกว่าไม่ถูกทั้ง 2 วิธี ถ้าซื้อหุ้นตอนที่ราคาตกลงมามากแล้วก็ยังพอทำกำไรได้ ตำราฝรั่งเขาบอกว่าคนโง่ไม่ชอบซื้อหุ้นตอนราคาถูกไม่ชอบซื้อตอนหุ้นเริ่มขึ้น แต่ชอบตามซื้อตอนหุ้นอยู่บนยอดดอยแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับแมงเม่ามากที่สุดซึ่งพอเห็นแสงไฟแล้วก็เต็มใจบินเข้าไปตายในกองไฟ ตำราฝรั่งเขาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า “คนโง่”

จริง ๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายทฤษฏีที่นักเทรดหุ้นตกผลึกกันมา แล้วนำมาเขียนเพื่อเป็นข้อคิดให้กับนักเทรดได้นำไปคิดได้ด้วย ถึงแม้ว่าจะมีความสนุกสนานปะปนอยู่แต่ในเนื้อหาแล้วให้สาระกับนักเทรดหุ้นได้ดีทีเดียว


Exness