Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate

Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate
แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นการเทรดค่าเงิน มาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างถูกต้อง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบการเทรด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ระบบการเทรด แสดงบทความทั้งหมด

หลักการเทรดหุ้นให้ประสบความสำเร็จ






จากการศึกษาตามตำราต่าง ๆ มีสูตรสำเร็จมากมายที่จะสอนคุณให้รวยด้วยหุ้น หรือแม้แต่การเทรดค่าเงิน จริง ๆ แล้วความรู้ด้านต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ แต่ตลาดเทรดค่าเงินจะมีความผันผวนรุนแรงกว่าจะกินเงินในประเป๋าของนักเทรดมากกว่าตลาดหุ้น เรามาดูกันสักนิดว่ามีหลักการพื้นฐานใดบ้างที่นักเทรดควรรู้และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในการเทรด

อย่ามัวแต่เก็งกำไร เก็งขาดทุนด้วย
เห็นกันอยู่บ่อย ๆ ที่นักเล่นหุ้น หรือนักเทรด เสียหายกันมากนักต่อนัก ก็เพราะ “ซื้อเป็นแต่ขายไม่เป็น” ท้ายที่สุดก็ขาดทุนกันระเนระนาด จุดนี้นักลงทุนจะพลาดกันอยู่บ่อย ๆ หุ้นขาดทุนไปแล้วมากกว่า 10% ก็ยังไม่ยอมขายทิ้ง จากขาดทุนน้อย กลายเป็นล้างพอร์ตกันเลยก็มี

อย่าหลงตลาดจนถอนตัวไม่ขึ้น
ตลาดจะมีจังหวะดีๆ ของมันอยู่นะ ถ้ารู้ว่าตลาดช่วงไหนเล่นไม่ได้ก็อย่าเข้าไปเล่น ถ้าขาดทุนไปแล้วก็อย่าได้ไปเอาชนะมัน เพราะยังไงก็ไม่มีใครเอาชนะตลาดได้หรอก มีแต่เอาชนะใจตัวเอง ก็ในเมื่อไม่มีวอลลุ่มแล้ว ก็อย่าได้ฝืนนั่งมองเฉย ๆ ก็ได้ไม่ว่ากัน

ระเบียบวินัยต้องมีไว้อย่าได้ขาด
นักเทรดทั้งหลายจะมาตกม้าตายกันเอาก็เพราะไร้ซึ่งระเบียบวินัยนี่แหละ จากการศึกษาหุ้นส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวระหว่างแนวรับกับแนวต้าน พอขึ้นไปชนแนวต้านไม่ผ่านก็ลงมาที่แนวรับ จนกว่าแรงขายจะอ่อนแรงแล้วมันก็จะเข้าช่วยไซต์เวย์ออกด้านข้าง อีกสักพักก็จะมีคนเข้ามาเล่นรอบใหม่เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ  อย่ากลัวว่าจะซื้อไม่ทันเพราะไม่แน่ว่าอาจจะเป็นจังหวะติดดอยไปแล้วก็ได้ เพราะเผอิญว่าไม่ได้ดูข้อมูลมาก่อน หุ้นมันขึ้นมานานระยะหนึ่งแล้ว นักลงทุนควรรอให้มันปรับตัวก่อนแล้วค่อยเข้า ถ้าเข้าไม่ได้ ก็ไปดูตัวอื่น ๆ ก่อนก็ได้ หลักการคิดไม่ต่างกันเลย ขออย่างเดียวมีระเบียบวินัยตลอดการเทรดก็พอ

หุ้นมีหลายตัวเลือกศึกษา 2-3 ตัวก็พอแล้ว
การศึกษาใด ๆ ต้องอาศัยเวลา หุ้น 1 ตัว หรือค่าเงิน 1 คู่ ก็ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน แรกเริ่มเลยก็ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละอย่าง อย่าเอาหลาย ๆ อย่างมารวมกัน ฟังจากที่ไหนมาก็อย่าเพิ่งไปเชื่อในทันที่ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป หุ้นหลายตัวสังเกตง่ายราคาจะวิ่งระหว่างแนวรับกับแนวต้าน พฤติกรรมของหุ้นเก็งกำไรหลักการสำคัญก็คือให้ดูแนวรับแนวต้าน แล้วก็ดูวอลุ่มประกอบเวลาดูแนวโน้มตลาดก็ง่ายๆ ดูเป็นขั้นๆ ไปเช่น 1000 จุดผ่านได้ไหม ผ่านไม่ได้ก็มาดูที่ 995 จุด ถ้าหลุดก็มาดูต่อที่ 990 จุด ถ้ารับไม่อยู่อีกก็มาดูที่ 800 ต่อไปเรื่อย ๆ  ข้อมูลพวกนี้เราต้องทำการบ้านมาด้วยไม่ยากเกินไป ถ้าแนวรับรับไม่อยู่ก็ต้องหายแต่หากผ่านไปได้เราก็เข้าเทรดต่อ หากจังหวะดี ๆ ก่อน ตามไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวจะเห็นตลาดเอง


มีเงินแต่ขาดความรู้ เทรดยังไงก็ขาดทุน





นักเทรดหลายคนเข้าใจผิดว่าเตรียมเงินในพอร์ตให้มาก ๆ เข้าไว้ เผื่อโดนลากจะได้ทนได้นาน ๆ ถึก ทน ไว้ก่อนเป็นดี จึงทำให้เติมเงินในพอร์ตรัว ๆ เพียงหวังใจว่าเดี๋ยวกราฟวิ่งกลับมาก็กำไรแล้ว รออีกนิด รออีกหน่อย เงินไม่พอเติมเข้าไปอีก เอาให้พอ (แค่เขียนบทความกับการเทรดลักษณะนี้ยังเหนื่อยแทนเลยครับ)

แบบนี้เสียดายเงินมาก ๆ เลย มีเงินแต่ขาดความรู้ ขาดวินัยในระดับสูง เทรดยังไงก็เจ๊งไม่วันหนึ่งก็วันใดอยู่ดี แต่ไม่เป็นไรคือเหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นกับนักเทรดไม่บ่อยครั้ง เพียงแต่นักเทรดอาจจะไม่อยากสูญเสียเงินก้อนนี้ไปและยังพอมีทุนที่จะเติมเงินเข้าพอร์ต เพื่อไปรักษาพอร์ตนี้เอาไว้ก่อนเท่านั้น และคิดเพียงแค่ว่า ขาดทุนให้น้อยกว่านี้อีกสักนิด หรือเพียงแค่เท่าทุนก็พอใจแล้ว จากนั้นเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนกับนักเทรดเองและมันจะไม่เกิดขึ้นแบบนี้อีก จากนี้ไปก็เพียรหาความรู้เพิ่มเติมให้มากที่สุด

ดีใจด้วยกับนักเทรดที่เหตุการณ์ใด ๆ ก็ตาม สามารถเปลี่ยนความคิดนักเทรดได้ เพราะนั่นจะทำให้คุณยืนนอยู่ในตลาดนี้ได้ต่อไป แหล่งความรู้มีอยู่ทั่วไป เช่น ข่าวสารต่างๆ เรียกได้ว่าออกมาเป็นรายชั่วโมงกันเลย  ความรู้ตามเว็บบอร์ด หรือในยุคนี้ก็จะเป็นกลุ่ม chat line หรือกลุ่ม FB และบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ ก็ใช้ได้ทั้งนั้น ที่บอกว่าใช้ได้คือ การนำมาวิเคราะห์ต่ออีกครั้งในรูปแบบของเราได้ แต่บางทีนักเทรดหน้าใหม่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกับเทคนิคที่ลึกซื้งมากนัก อาจจะทำให้เครียดได้เช่นกัน ก็เลือก ๆ เสพกันสักนิด

แต่มีนักเทรดกลุ่มหนึ่งคือจะไม่ค่อยสนใจกับเสพข่าวต่าง ๆ เหล่านี้มากนัก เพราะเค้าคิดว่ายิ่งฟังมาก อ่านนักวิเคราะห์มาก ๆ แต่ก็ไม่เข้าใจก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ อยู่ดี จึงใช้เวลาที่มีในยามว่างทั้งหมดทุ่มไปกับการคิดค้นหาระบบของตนเองมากกว่า บางคนก็เจอระบบของตัวเองจริง ๆ แต่นักเทรดก็จะไม่ค่อยออกตัวมากเท่าไร เพราะคิดว่าระบบที่เจอไม่ได้เทพอะไรเลย เพียงแค่เข้าใจการให้สัญญาณของอินดิเคเตอร์ หรืออ่านกราฟแท่งเทียนให้ออกก็ทำกำไรวันละเล็กละน้อยได้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจะคิดพียงว่าเขาเป็นนักเทรดตัวเล็ก ๆ หน้าใหม่ใจสู้ จะป่าวประกาศว่าตนเองเทพก็ไม่ใช่ที่เท่าใด เทรดเงียบ ๆ เรียบง่ายจะดีที่สุด

การมีเงินมาก ไม่ได้เป็นตัวการันตีว่าจะเทรดได้อย่างสบายใจ แต่การมีความรู้มากต่างหากจะการันตีได้ว่าคุณจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม และถึงแม้ว่าคุณจะขาดทุนบ้างก็ตาม คุณก็จะมีกำลังใจและมองตลาดเทรดในมุมบวกได้มากขึ้นไปอีกด้วย เพราะแท้จริงแล้วตลาดไม่ได้ทำอะไรนักเทรดเลยนะ แต่นักเทรดต่างหากที่ขาดความรู้ความเข้าใจ จึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นบ่อย ๆ เท่านั้นเอง

เทรดด้วย DEMO ก่อนไม่ดีตรงไหน






ในบทความนี้จะมาขยายความในเรื่องของการเทรดด้วย DEMO แบบเต็ม ๆ สักหน่อย เพราะบทความก่อน ๆ เขียนไว้ประปรายไม่ได้เข้าถึงมากมายนัก

เชื่อว่ามีหลาย ๆ คนมักจะได้รับข้อมูลมาว่าให้เทรดเงินจริงไปเลย เพราะเชื่อได้เลยว่าให้ความรู้สึกต่างกันมากหรือเทียบกันไม่ได้เลย อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าลืมว่านักเทรดหน้าใหม่มักจะขาดทุนกันซะมากกว่าเพราะขาดความรู้ วินัย และประสบการณ์ เวลาขาดทุนเงินจริงก็หมดไป ยิ่งเป็นเงินร้อนด้วยแล้วละก็ ให้ความรู้สึกต่างกับเงินเย็น หรือเงินปลอมแบบออกอาการที่เห็นได้ชัดเลย ดีไม่ดีก็จะออกแนวโทษสิ่งรอบข้างซะมากกว่าจะโทษตัวเองที่ขาดความรู้ด้วยซ้ำไป

ถ้านักเทรดอยากรู้ว่าความรู้สึกในสนามเงินจริงเป็นอย่างไรก็สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อรับความรู้ หรือความรู้สึกต่าง ๆ เข้ามาให้เต็มที่ ในยามที่ขาดทุนอย่าได้พยายามเอาคืนเด็ดขาด ให้พยายามหยุดตนเองให้ได้ แล้วกลับมาตั้งหลักกันใหม่เรียนรู้อย่างจริงจังด้วยระบบ demo ไปก่อนสักพักใหญ่ ๆ จนคุณได้ระบบเทรดของตัวเอง ก็ค่อยเริ่มเติมเงินในพอร์ตก็ยังไม่สายนี่นา

บางคนที่เทรดด้วยระบบ demo ก็มักจะ overtrade เพื่อต้องการเห็นเงินก้อนโต หรือกำไรมาก ๆ ให้พอขำ ๆ ไปวัน ๆ (ก็ไม่รู้จะหลอกตัวเองไปทำไม) นักเทรดต้องใช้ระบบ demo ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เรามาดูกันว่าจะซ้อมมือกันยังไงดี

  • เริ่มจากการตั้งโจทย์ขึ้นมาก่อนว่าเราจะเทรดด้วยวิธีไหน เช่น เทรดข่าว , เทรดด้วย EA , เทรดด้วยอินดิเคเตอร์ , เทรดด้วยกราฟเปล่า , เทรดด้วยการเช็คราคา ก็ให้เลือกมาสักอย่าง 
  • เริ่มบริหารจัดการการเงินหรือที่เราเรียกกันว่า MM นั่นแหละ 
  • เติมเงิน demo ก็ให้เติมให้เท่า ๆ กับที่เราคิดว่าเราจะลงทุนจริง ๆ 100$ 200$ หรือ 500$ ก็ว่ากันไป 
  • เปิด lot แรกเริ่มต้นที่ 0.01 , 0.03 , 0.05 ก็คำนวณไปตามเงินทุน โดยส่วนใหญ่แนะนำให้นำ 3,000 ไปหารเงินทุนจะได้ lot ที่เหมาะสม
  • การออก order จะออกตามสัญญาณไหน ก็ต้องมีวินัย ไม่เห็นสัญญาณชัดเจน เราจะไม่ออก order หรือจะไม่กด call หรือ put ใด ๆ ทั้งสิ้น นั่งมองอย่างเดียว
  • เมื่อเห็นสัญญาณก็ให้กดออด order ไปตามนั้น ถ้ากราฟวิ่งไปแล้วถูกทางเป็นอันว่าสัญญาณที่เฝ้ารอถูกต้อง
  • การปิดกำไร หากเป็น Binary option ที่ถูกกำหนดด้วยช่วงเวลาก็หายห่วงไม่ต้องลุ้นมากนัก และหากเป็น forex ก็อย่าได้โลภนั่งรอกำไรอีกนิด กำไรอีกหน่อย ได้พอสมควรแล้วก็ปิดได้เลย เป็นต้น

หากสัญญาณที่คุณพยายามฝึกฝน ให้แนวโน้มทำกำไรได้ ก็อย่าได้ชะล่าใจคิดว่านี่ละเจอแล้ว ให้คุณฝึกฝนต่อไปเรื่อย ๆ หากไม่รีบมาก ก็ 3 เดือน – 1 ปีเลยก็ได้ ไม่ได้ประชดหรือโอเวอร์อะไรนะครับ เพราะแต่ละช่วงเวลามันจะต้องผ่านข่าวดี ข่าวร้ายที่มากระทบกับค่าเงินโดยตรงอีกมาก ซึ่งเทคนิคต่าง ๆที่คุณเพียรพยายามฝึกฝนมา มันจะถูกทำลายลงทั้งหมดด้วยข่าวทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน 

ดังนั้นนอกจากการฝึกฝนวินัยและความโลภแล้ว ยังต้องแพรวพราวไปด้วยกลยุทธ์ของการแก้ไขพอร์ตในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย อย่าลืม!! จดบันทึกการเทรดด้วยทุกครั้ง เพราะพรุ่งนี้คุณก็จะลืมเมื่อวานไปแล้วว่าเทรดอย่างไร ได้เพราะอะไร เสียเพราะอะไร แล้วกลับมานั่งอ่าน นั่งวิเคราะห์ดู บางทีคุณอาจจะพบว่า คุณทำผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ โดยยังไม่แก้ไข หรืออาจจะเจอจุดที่ทำกำไรได้อยู่ตลอด แต่คุณลืมมันไปแล้วนั่นเอง

คุณแค่เพียงจำลองเหตุการณ์ให้เหมือนจริง คุณก็จะได้สัมผัสกับความรู้สึกจริง ๆ ด้วยเช่นกัน เวลาขาดทุนอย่างน้อยเงินจริง ๆ ก็ยังอยู่ในกระเป๋าเรา แต่เวลากำไรก็ถือว่าได้ความรู้ติดตัวต่อยอดในวันข้างหน้าได้ด้วย

จะให้ระบบช่วยเทรด หรือเทรดด้วยตัวเอง







เคยอ่านหนังสือที่นักเทรดฝรั่งเคยเขียนไว้ว่า เทรดเดอร์ที่ให้ระบบหรือ EA ช่วยในการเทรดมีแนวโน้มที่จะทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอมากกว่านักเทรดที่เทรดด้วยตัวเอง จริงหรือไม่ ? ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลาย ๆ อย่าง 

นักเทรดที่ชอบการเทรดด้วยตัวเอง พวกเขาจะมองตลาดในแต่ละวันด้วยวิธีใหม่ ๆ อยู่เสมอ บางคนเข้าไปดูกราฟเฉพาะช่วงเวลาที่มีข่าวเท่านั้น ก็เพียงพอในแต่ละวัน จากนั้นก็มาปรับพฤติกรรมการเทรดว่าวันนี้จะเทรดไปในทิศทางใด จะเข้าเทรดในช่วงเวลาไหน เพื่อที่จะทำกำไร หรือมองแล้วว่าวันนี้ไม่มีสัญญาณเข้าเทรดเลย พวกเขาก็จะไม่เทรดด้วยเช่นกัน อีกหนึ่งอย่างที่เทรดเดอร์จะไม่เทรดก็คือในเรื่องของอารมณ์หากสำรวจตนเองแล้วพบว่าอาจจะใช้ความโลภเข้ามาเทรดด้วย พวกเขาก็อาจจะเลือกที่จะไม่เทรดดีกว่า เพราะความเสี่ยงมันเกิดขึ้นตั้งแต่จับได้ว่าตนเองมีความโลภแล้ว

ส่วนนักเทรดที่ใช้ระบบเข้าช่วยในการเทรด ก็คงจะไม่ต้องมีอารมณ์เข้าร่วมในระหว่างเทรดมากเท่าไร เพราะระบบก็ทำงานของมันไป เพียงแต่จัดการบริหารการเงินก่อนการเข้าเทรดเท่านั้นเอง แล้วก็นั่งดูระบบทำงาน อาจจะไม่ต้องเฝ้าหน้าจอทั้งวันก็ได้ เพียงย้อนมาดูบ้างบางคราว หากเข้าเงื่อนไขระบบก็เดินหน้าค่อย ๆ เก็บสะสมกำไรให้กับนักเทรดไปเรื่อย ๆ หากไม่เข้าเงื่อนไขใด ๆ ระบบเองก็อาจจะไม่เปิด order ให้คุณด้วยเช่นกัน ก็ถือว่าเงื่อนไขที่คุณเขียนไว้ เสมือนหนึ่งคุณได้เทรดด้วยตนเอง แต่สามารถเอาเวลาไปทำสิ่งอื่น ๆ ได้อีกในระหว่างวัน

ทั้งสองวิธีต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป การใช้ระบบเทรดความตึงเครียดทางอารมณ์จะน้อย เพราะไม่ต้องมาพะวงกับราคาที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เมื่อนักเทรดได้สร้างระบบขึ้นมาเทรดแล้ว ก็ย่อมมีความเชื่อมั่นในระดับสูงด้วยเช่นกัน แต่หากสร้างมันขึ้นมาแล้วนักเทรดกลับไม่มีความมั่นใจใด ๆ เลย ก็อย่าได้ไปใช้ระบบนั้น กลับมานั่งเทรดด้วยตัวเองจะดีกว่าเพราะยังไงก็ยังคงต้องนั่งเฝ้ากราฟและตัดสินใจเปิด-ปิด order ด้วยตนเองอยู่ดี 

เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด จะลงมือเทรดด้วยตนเองจากประสบการณ์ที่เค้ามี เพราะจะทำให้ตัดสินใจปิด order ได้ทันทีที่รู้ว่าเค้าเข้าผิดทางเสียแล้ว การตัดสินใจด้วยตัวเองก็จะทำให้รู้อารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ได้มากขึ้น 

แต่มีเทรดเดอร์หรือนักเทรดจำนวนไม่น้อยที่แม้แต่รู้ว่าผิดทางก็ยังดันทุรังสู้ต่อไป และใช้ระบบการเบิ้ล lot เข้าไปเรื่อย ๆ เพียงเพราะหวังว่าเดี๋ยวกราฟก็คงจะกลับตัวมาทำกำไรให้ จนลืมดูว่า ณ ขณะนั้นกราฟเป็นเทรนด์ไปแล้ว อย่างมากก็จะเพียงย่อตัวมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งทำให้นักเทรดขาดทุนอยู่นั่นเอง แบบนี้คงต้องฝึกฝนเรื่องวินัย และความโลภกันอีกนานเลยทีเดียว เพราะคุณไม่ใส่ใจในเรื่องของแนวโน้มเลย คิดเพียงแค่ว่ากราฟมันก็วิ่งขึ้น เดี๋ยวมันก็วิ่งลง เบิ้ล lot เข้าไป เดี๋ยวมันก็วิ่งมาชนเส้น tp เอง คิดแบบนี้ มีแต่ขาดทุนครับ

ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีใดก็ตาม ก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปการผสมผสานให้เกิดความลงตัว และหมั่นปรับปรุงข้อด้อยอยู่เสมอ บางทีอาจจะทำให้เห็นช่องทางใหม่ ๆ ได้

ก่อนใช้ indicator ทำความเข้าใจให้ชัดเจน






Indicator หรือ Indy ที่มีให้ใช้แบบฟรี ๆ ในระบบหลายสิบตัวก็ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการระบุแนวโน้มและการกลับทิศของกราฟได้ หลาย ๆ คนมีความถนัดมากกว่าที่จะดูจากกราฟเปล่า ๆ เพราะอินดิเคเตอร์จะเหมือนตัวช่วยตีความและวิเคราะห์ราคา รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะการของกราฟในขณะนั้นให้กับเราได้

ก่อนที่จะเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งหรือหลาย ๆ ตัว เพื่อขจัดความเสี่ยงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักเทรดต้องทำความเข้าใจกับพวกมันก่อน เพราะหากเลือกใช้ผิดจะเกิดความขัดแย้งอย่างมีนัยยะสำคัญขึ้นทันที อินดิเคเตอร์บางตัวให้สัญญาณแม่นยำเฉพาะตลาดที่มีแนวโน้ม บางตัวให้สัญญาณในตลาด Sideway แบบกราฟสวิงไปมาสั้น ๆ ได้ดี คุณต้องหาเหตุผลและวิธีการใช้งานให้ได้ก่อนที่จะเลือกใช้มัน หรือหากนำมันมาผสมผสานเข้ากันก็ต้องรู้ว่ามันเหมาะกับตลาดแบบไหน หรือกรอบเวลาช่วงไหนด้วย

ในตลาดที่มีความซับซ้อน และปัจจัยทางเศรษฐกิจก็เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ผู้ที่มีประสบการณ์หลาย ๆ คนอาจจะเลือกใช้ Indicator น้อยตัว หรือเทรดแบบกราฟเปล่าไปเลย เพราะว่าเพียงเห็นกราฟหรือราคาก็สามารถหาจุดเข้า order ได้แล้ว แต่สำหรับนักเทรดมือใหม่การที่จะไม่ใช้ตัวช่วยใด ๆเลยดูจะเป็นเรื่องยากจนท้อใจ ดังนั้นให้เลือกใช้ Indicator ที่เราเข้าใจที่สุดก่อนและดูร่วมกันกับกราฟราคา เชื่อว่าหากคุณดูมันบ่อย ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงต่อวัน นักเทรดก็จะจับสัญญาณจากแท่งเทียนได้เองเช่นกัน ถึงวันนั้นก็คงจะค่อย ๆ ถอดอินดิเคเตอร์ ออกไปจนเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

อินดิเคเตอร์แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator 
2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator 
3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น

1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator จะให้สัญญาณได้แม่ยำเมื่อตลาดกำลังเคลื่อนไหวหรือมีแนวโน้ม แต่จะด้อยคุณภาพมาก ๆ หากตลาดอยู่นิ่งไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว หรือภาวะ Sideway ให้คุณลองมองหา indicator ซัก 1 ตัวที่คุณเข้าใจมัน มันจะให้สัญญาณประเภทที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับราคาหรือเกิดขึ้นภายหลังราคา พวกมันจะมีการกลับตัวหลังจากที่แนวโน้มได้เกิดทิศทางกลับทิศไปแล้วสักพัก

2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator ให้สัญญาณที่เร็ว และเกิดขึ้นก่อนราคาหรือเกิดขึ้นพร้อมกันกับราคา ซึ่งมักจะมีการกลับตัวก่อนหน้าของราคาด้วย แต่อาจจะให้สัญญาณเร็วเกินไปจนพากันรีบเข้า order และอันตรายเมื่อตลาดเริ่มต้นที่จะเกิดแนวโน้ม 

3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น ที่บ่งบอกราคาสูงสุด หรือต่ำสุดของวัน ภาวะหมี หรือภาวะกระทิง อัตราส่วนของ option put call หรือจะนำหลาย ๆ ตัวมาผสมผสานกันแล้วมาใช้ก็ได้ เพราะนักเทรดอาจจะต้องการให้ข้อดีของอินดิเคเตอร์บางตัวไปทำลายข้อเสียของบางตัว ส่วนใหญ่อินดิเคเตอร์จำพวกนี้ต้องใช้ความสามารถขั้นสูงสักหน่อยในการจับแต่ละตัวมาผสมผสานกัน มีทั้งแจกฟรี และเสียเงินนะครับ แต่หากไม่เข้าใจก็ไม่สามารถทำกำไรได้อยู่ดี

โปรดจำไว้ว่า ไม่มีใครมาออกคำสั่งให้คุณต้องเทรดเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ ดังนั้นหากอินดิเคเตอร์ที่คุณใช้อยู่ยังให้สัญญาณไม่ชัดเจนก็อย่าได้รีบเข้า order โดยเด็ดขาด คุณอาจเคยได้ยินว่าสัญญาณหลอกมาบ้าง ซึ่งก็มันก็จะรวมกับคำว่าเราก็หลอกตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะความใจร้อน หรือความโลภก็ดี จึงทำให้เข้าผิดมากกว่าเข้าถูกอยู่ร่ำไป ถ้าไม่มีสัญญาณ เราก็ไม่เข้า อาจจะไปดูคู่เงินอื่น ๆ ที่มัสัญญาณชัดเจนกว่าหรือปิดหน้าจอไปเลยแล้วค่อยเทรดใหม่ก็ยังไม่สาย

ลิงค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง http://www.binaryoptionee.com

Expert Advisors (EA) ตัวช่วยนักเทรด






เรามักจะคุ้นชินกับคำว่า EA หรือ ROBOT กันมากกว่า และเชื่อว่าหลาย ๆ คนเข้ามาในตลาด Forex แรกสุดเลยก็คือการให้ EA เป็นตัวช่วยในการเทรด เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาในการเทรด เมื่อลงโปรแกรมและติดตั้ง EA เรียบร้อยแล้ว เราก็ปล่อยให้ EA เทรดแทนเราได้เลย มันจะคอยเปิด order ตามโปรแกรมที่ถูกเขียนไว้ และปิด order ตามสัญญาณที่ผ่านการคำนวณมาแล้วด้วยเช่นกัน

EA มีหลากหลายประเภทนับไม่ถ้วน เพราะผู้ที่มีความสามารถในการเขียนก็เขียนไปตามเงื่อนไขที่ตนเองต้องการ ก็คือใส่เงื่อนไขของอินดิเคเตอร์เข้าไป และให้ EA ทำงานตามเงื่อนไขนั้น เพราะผู้เขียนไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งเฝ้ากราฟด้วยเหตุผลนานาประการ จึงทำให้ต้องใช้งาน ROBOT แทน 

EA ก็คือโปรแกรมทำงาน ทำเงินแทนคนอย่างเรา ๆ นี่แหละครับ EA ที่สามารถทำเงินได้จริงและได้กำไรในระยะยาวก็ยังพอมีแต่มีน้อย และตามสถิติ อย่างเก่ง EA ที่ว่าดีที่สุดหรือเก่งที่สุด ก็ทำกำไรได้อย่างมากประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็อาจจะทำกำไรได้น้อยลงหรือล้างพอร์ตก่อน 6 เดือนก็มีอยู่มากเช่นกัน 

หลายคนเริ่มต้นจากใช้ EA ในการเทรด แรก ๆ ทำกำไรได้อย่างมาก มากกว่า 50% ต่อวันเลยทีเดียว และ EA สามารถเปิดให้เทรดกี่พอร์ตก็ได้เท่าที่เราต้องการ จึงทำการจัดเต็ม 4-5 พอร์ต ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น มีข่าวนอกตารางทำให้ลากไปล้างจนสะอาดหมดจดทุกพอร์ต เพราะเราชะล่าใจว่ายังไงแล้วก็วางใจกับ EA ได้ แต่พอเราวางใจ ไว้ใจแล้วก็สร้างความเสียหายเหลือคณานับให้เราได้ด้วยเช่นกัน

หลายคนหวังไว้ว่า จะให้เจ้า EA นี่แหละเป็นตัวช่วยสร้าง Passive Income ให้ ตัวไหนที่เค้าว่าดีก็ถาโถมเข้าไปใช้ด้วยโดยไม่ได้ทดสอบด้วย DEMO ซะก่อนสัก 1 เดือน เพราะอยากมีรายได้เร็ว ๆ หากมัวใช้ DEMO ก็จะเสียโอกาสทำเงินไปอีก 1 เดือน อีกอย่างหนึ่งเงินที่นำมาเทรดก็เป็นเงินร้อน พอสิ้นเดือนใบแจ้งหนี้ก็ตามมาติด ๆ จึงทำให้มองข้ามการทดสอบไป เข้าไปเทรดด้วยเงินจริงเลยทันที หาตลาดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ EA เขียนไว้ก็เป็นอันปิดกำไรสวย ๆ กันไป แต่หากโชคไม่ดีตลาดไม่เป็นไปตามเงื่อนไข แต่ EA ก็ยังเปิด ORDER ให้ เพราะชนกับเงื่อนไขบางอย่างเข้าก็ทำให้ล้างพอร์ตได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน

ที่เขียนบทความออกมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าการเลือกใช้ EA จะไม่ดีเสมอไป เพราะถึงแม้ว่าเราเทรดเองก็ล้างพอร์ตเอาง่ายๆเหมือนกันนั่นแหละ ดีไม่ดีล้างง่ายกว่า EA ด้วยซ้ำไป เพราะควบคุมความโลภไม่ได้ จ้องจะเอาคืนอย่างเดียว ดังนั้น ผู้ที่มี EA เทพ ๆ อยู่ในมือเค้าอาจจะไม่อยากเปิดเผยก็อาจเป็นได้ เพราะเก็บไว้ทำกำไรคนเดียวชิว ๆ ดีกว่าเป็นไหน ๆ การที่จ้องแต่จะหากำไรจากการขาย EA เพียงอย่างเดียว อาจสร้างปัญหาตามมาได้ หากผู้นำไปใช้ OVER TRADE แล้วผลที่ตามมาก็มาต่อว่า EA พาไปล้างพอร์ตเอาดื้อ ๆ ทั้ง ๆ ที่ใช้งานมานานแสนนานก็ยังทำกำไรได้ทุกวัน แต่อาจจะไม่มาก แต่กำไรน้อยก็คือกำไรนั่นแหละครับ 

การเทรดค่าเงิน คืออิสระทางการเงินจริงหรือ แล้วจะเริ่มต้นยังไงกันดี




แน่นอนว่าเทรนด์มาแรงแห่งปีที่ไม่น้อยหน้าใคร คือ อิสระทางการเงิน การหารายได้เสริม ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ก็จะเป็นการเทรดค่าเงิน ซึ่ง forex มาแรงมาก ด้วยความที่หลาย ๆ คนต้องการอิสระทางการเงิน การระดมทุนเพื่อจ่ายเงินปันผล หรือดอกเบี้ยให้แก่สมาชิกเป็นรายวัน รายเดือน จึงเกิดขึ้นกันเป็นดอกเห็ด และอ้างว่านำเงินไปเทรดในตลาด forex แรก ๆ จะจ่ายปันผลดี และตรงตามเวลา แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไปสักพัก ก็จะมีการหยุดจ่าย หรือสุ่มจ่ายเฉพาะบางคน และไม่จ่ายเลย ด้วยเหตุผลที่ว่าเทรดเสีย หรือล้างพอร์ต ไม่มีเงินมาจ่ายปันผลอีกต่อไป คนเหล่านี้คิดมาแล้วว่าเล่นกับความโลภของคนมันง่าย และคนเราก็ลืมไปว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายขนาดนั้น โดยเฉพาะเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ

ถ้าเราอยากรู้ว่าตลาด forex หรือตลาดการเทรดค่าเงินยากหรือง่าย ก็ให้เราลงมือเทรดเองจะดีกว่า เลือกโบรคเกอร์ และทำการกรอกเอกสารต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากมากเกินความสามารถ และยังไม่ต้องเติมเงินเข้าพอร์ตจริงหรอก เปิดบัญชี demo เทรดเลย ... อ้าว !! เทรดเลยหรอ ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้อะไรเลยเนี้ยะนะ !! ... ตอบว่า “ใช่” กดเข้าไปเลย เพื่อจะได้รู้ตัวเองว่าคุณชอบให้แนวทางนี้เป็นอิสระทางการเงินของคุณในอนาคตหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ “ใช่” เชื่อว่าคุณจะต้องคิดและบอกตัวเองว่า “เอาหละ ต่อไปนี้จะศึกษาการเทรดอย่างจริงจังแล้วนะ” 

การเทรดค่าเงิน หรือการเทรดหุ้นก็เช่นเดียวกัน คุณอาจจะเข้ามาเพราะกระแสบอกว่าใช้ EA ก็ทำกำไรได้แล้ว หรือ Copy trade ก็ทำกำไรได้เช่นเดียวกัน อันนี้ไม่เถียง แต่เชื่ออย่างหนึ่งว่า ยังไงก็ต้องขาดทุนเข้าให้สักวันจนได้ เพราะคุณไม่เข้าใจระบบที่ใช้จะทำให้คุณจัดการกับ Money Management ไม่ได้ บางคนยังไม่ทันได้กำไรเลยก็ขาดทุนจนเข็ดขยาดกันไป เพราะลงครั้งแรกก็จัดหนัก จัดเต็มกัน เวลาขาดทุนก็โดนไปเต็ม ๆ (อาจจะส่วนหนึ่งเท่านั้น)

ลองถามตัวเองว่า การเริ่มต้นในภาควิชาการเทรดค่าเงินคุณจะเริ่มต้นอย่างไร
เทรดด้วย DEMO
เทรดด้วย EA
เทรดด้วย Copy trade
เทรดด้วย signal
เทรดด้วยตัวเอง (พอร์ตจริง)

เรามาดูกันว่าแต่ละช่องทางเป็นอย่างไรกันบ้าง

เทรดด้วย DEMO  คุณจะได้วินัย ได้ทดสอบระบบที่คุณได้เรียนรู้มาได้อย่างไม่จบสิ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินออกจากกระเป๋าเลย ย้ำ!! ถ้าคุณเข้า – ออก order ตามระบบคุณจะได้วินัยแน่นอน เคยอ่านเจอในเว็บไซต์ pantip นักเทรดบางคนใช้ DEMO เกือบปี กว่าจะลงเงินจริงได้ และอยู่ในตลาดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าเอาชนะตลาดได้ แต่หมายถึงเค้าสามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอกับระบบที่เค้าฝึกฝนมาตลอดเวลาเกือบปีต่างหาก

เทรดด้วย EA กระแสการใช้ EA มาแรงไม่น้อยแต่ก่อนจะเข้าไปใช้ให้เราทำความเข้าใจกันก่อนว่า EA ตัวนี้ใช้อย่างไร เพื่อที่เราจะได้นำมาจัดการกับ Money Management ได้ บางตัวใช้ระบบมาร์ติงเกล เวลาที่ได้กำไรจะได้มากถึง 100%+ เลยทีเดียว แต่เวลาขาดทุนก็ล้างพอร์ตเอาง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราต้องรู้จัก EA ให้ดีก่อนใช้จริง จะได้ stop loss ได้ทันก่อนที่จะโดนลากจนพอร์ตสะอาดกันไป

เทรดด้วย Copy trade ระบบนี้เราไม่ต้องทำอะไรเลย คนที่เราเข้าไป Copy เค้าออก order ยังไง พอร์ตของเราก็ออกไปด้วยตามนั้นทุกอย่าง ถ้าเค้าเทรดได้เราก็ได้ แต่ต้องหัก % ให้เค้าไป ถ้าเค้าเทรดเสียเราก็เสียหายไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น Copy trade ก็คือคนคนหนึ่ง มีช่วงเวลาของการเทรดเสียด้วยเหมือนกัน หากจังหวะที่เราเข้าไป Copy trade เค้าเทรดเสียพอดี ก็เป็นอันล้างพอร์ตตามกันไป แต่ข้อดีก็คือ ถ้าเราเฝ้าติดตามการเทรดของนักเทรดเราจะเสมือนได้เรียนรู้วิธีการออก order ของผู้มีประสบการณ์ได้อีกทาง

เทรดด้วย signal การเทรดด้วยระบบนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราต้องเฝ้าติดตาม signal อย่างใกล้ชิด และเข้า order ตามเวลาที่แจ้งมาด้วย หากคลาดเวลาก็ถือว่าคลาด signal นั้นไป แต่ไม่ได้หมายความว่า signal นั้นจะถูกต้องไปซะทุกครั้ง นักเทรดต้องจดบันทึกสถิติเอาเอง จะเชื่อหรือไม่ก็ต้องวิเคราะห์กันอีกที หรือจะใช้ระบบส่วนตัวเข้าช่วยสนับสนุนด้วยก็จะทำให้มีความมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

เทรดด้วยตัวเอง (พอร์ตจริง) หลาย ๆ คนบอกว่าเทรดด้วยความรู้ของตนเองดีที่สุด ไม่ว่าจะเทรดได้กำไรหรือขาดทุนก็ตาม เราก็จะรู้ได้ว่าเพราะอะไร ซึ่งเป็นความคิดที่ดีมาก ๆ และที่สำคัญการเทรดด้วยพอร์ตจริง ห้าม Overtrade โดยเด็ดขาด จัดการกับ Money Management ให้ดี ๆ เพราะโอกาสขาดทุนและทำกำไรมีมากพอ ๆ กัน ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าอีก 1 นาทีข้างหน้ากราฟจะเป็นไปตามที่เราคิดไว้หรือไม่

เพราะในโลกใบนี้ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ การศึกษาเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ การหาหนังสือดี ๆ มาอ่าน การแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน จนกระทั่งนำมาทดสอบด้วยตนเองจะทำให้เราตอบตัวเองได้ว่า มันคือหนทางของอิสระทางการเงินของคุณแล้ว ใช่หรือไม่ ?

ฝึกสมาธิร่วมกับการเทรดค่าเงิน





จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ ? หลายคนมีคำถามแบบนี้ในใจ

จากประสบการณ์ หากถามว่าจำเป็นหรือไม่ ? ตอบว่า “ไม่จำเป็น” หากเทรดเดอร์เป็นผู้มีสมาธิเป็นปกติอยู่แล้ว ในที่นี้หมายถึง ไม่ว่าจะเจอกับราคาค่าเงิน หรือราคาหุ้นที่กระชากวิ่งขึ้น วิ่งลง อย่างลืมโลก ไม่สนว่าใครจะเข้า order อะไรไว้ แล้วเทรดเดอร์สามารถควบคุมสมาธิ และมีสติไม่ตกใจตื่น แม้ว่าพอร์ตกำลังจะแตกแล้วก็ตาม ก็ให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้เลย คุณสามารถเป็นเทรดเดอร์ที่ดีได้แน่ ๆ ในอนาคต แต่หากคำตอบคือ “ยังทำใจไม่ได้” ก็เป็นเหตุผลอันสมควรว่าทำไมคุณจึงต้องฝึกสมาธิให้มาก ๆ 

ไม่มีอะไรแน่นอนในตลาดหุ้น ตลาด forex ตลาด binary option ทั้งนั้น สิ่งที่นักลงทุนจะผ่านช่วงเวลา นาทีเป็น นาทีตายได้ก็คือการนำหลักธรรมมะเข้ามาช่วยในการเทรด ก่อนที่จะกด order ต้องมั่นใจก่อนว่าเราได้เช็คข่าว หรือดูเทรนกราฟในแต่ละวัน หรือแต่ละช่วงเวลามาแล้วเป็นอย่างดี พอกด order ออกไปแล้ว ก็ให้มีสมาธิ ให้นิ่งเข้าไว้ หากกราฟไม่เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ก็ให้ดึงสติกลับมา อย่าใจเสียจนปล่อยให้ลากไปจนพอร์ตแตก หรือล้างพอร์ต ดึงสติกลับมาเพื่อที่จะ cutloss มันออกไปก่อน หรือใครตั้ง stop loss เอาไว้แล้ว ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีให้ความผิดพลาดครั้งนี้ผ่านไป และต้องไม่ลืมตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมเราจึงเข้า order ผิดพลาด แล้วอย่าเพิ่งพลีพล่ามเอาคืน เพราะอารมณ์ตรงนี้คงไม่ไหวที่จะเทรดต่อไป สู้ปิดทุกสิ่งอย่างก่อน แล้วมาตั้งสติ ทำสมาธิใหม่จะดีเสียกว่า

การที่เราฝึกธรรมมะไว้มาก ๆ จะทำให้เราเข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้น มีอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน จะเทรดชนะก็ดี จะเทรดแล้วแพ้ก็ดี ให้รู้สึกตัวอยู่เสมอ แล้วเราจะเห็นว่ากราฟในแต่ละวัน แต่ละนาที แต่ละชั่วโมง ไม่ได้อยู่นิ่ง ๆ เลย เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง ซึ่งเป็นวัฎจักรของมัน ผู้ที่อยู่รอดและเทรดมาเป็นเวลานาน เชื่อว่าส่วนใหญ่เข้าใจในประเด็นเหล่านี้ดี เค้าจึงไม่เทรดด้วยการนั่งเฝ้ามันอยู่ทั้งวัน แต่เค้าจะเทรดด้วยความพร้อม พร้อมทั้งกาย พร้อมทั้งใจ และเข้าใจดีกว่า จะชนะ หรือจะแพ้ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ได้แล้วก็หยุด เสียแล้วก็หยุด เหมือนกับการเทรดด้วยสติ ไม่ใช้อารมณ์ 

อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญก็คือ เมื่อเทรดเดอร์จับอารมณ์จิตใจของตัวเองได้แล้ว เวลาที่ลงสนามเทรดก็จะเพียงจับเอาระบบที่เทรดของเรามาทำตามเท่านั้น สัญญาณมาให้เข้าเทรดได้ เราก็เข้าเทรดไปตามนั้น หากสัญญาณไม่มา ก็อย่างเพิ่งรีบดันทุรังเข้าไปเทรดเพราะจะมีแต่เสีย กับเสีย เช่น กราฟอยู่ในช่วงไซต์เวย์ ก็ให้รอดูก่อนว่าต่อไปกราฟจะเป็นเทรนอะไร ค่อยหาจังหวะเข้า เพราะช่วงไซต์เวย์นี้ กราฟจะออกมาเป็นเทรนใดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น 

หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ถนัดเทรดในช่วงเวลาที่มีข่าว ก็ให้รอจังหวะช่วงเวลานั้น แต่หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่เทรดไปตามเทคนิคก็ทำตามระบบคุณต่อไปให้ได้เท่านั้น พลังของจิตใจที่เป็นสมาธิจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการเทรดได้ในสักวัน และอย่า Overtrade รู้จัก cutloss ให้เป็น ค่อย ๆ ฝึก ค่อย ๆ ทำลายความโลภในใจออกไปให้ได้ เก็บเล็ก เก็บน้อยให้เป็น แล้วคุณจะเห็นและเข้าใจมันเอง

เทรดค่าเงิน 2 ทางกับ Binary Option





อย่างที่เคยได้เกริ่นเอาไว้เสน่ห์ของ Binary Option ก็คือ เราสามารถเทรดหุ้นได้ 2 ทาง หมายถึงหากเราคิดว่าราคากำลังจะขึ้นเราก็เลือกที่จะซื้อได้ แต่หากเราคิดว่าราคากำลังจะลงเราก็สามารถสั่งขายได้ด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่านักเทรดสามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง มอง ๆ ดูแล้วสามารถสร้างรายได้ได้ไม่ยากเลยใช่ไหม๊ แต่ขอย้ำว่าการที่เราสร้างกำไรได้ทั้งสองทางอาจฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่นักเทรด นักเก็งกำไร หรือแม้แต่นักพนันก็ถวิลหาและต้องการที่จะเข้ามาเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น แต่การสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็วก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งละกันว่าคุณก็สามารถขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ไบนารี่ออฟชั่น เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งที่พูดได้ว่าเป็นการใช้เงินลงทุนที่ต่ำ เพียงเริ่มต้น 10$ ก็สามารถเริ่มเทรดกันได้เลย มากไปกว่านั้นคือให้ผลตอบแทนที่สูงไม่จำกัด คิดง่ายๆว่าสามารถเทรดได้ทุกวันและหากคุณสามารถทำกำไรได้ทุกวัน ใน 1 เดือนคุณจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงและขอบเขตการทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหากคุณมีความเข้าใจในการเทรดไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟหรือการเลือกใช้อินดิเคเตอร์ใดๆก็ตาม จะทำให้คุณสามารถคาดการณ์ทิศทางการเทรดล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว 

คุณเคยได้ยินคำว่าจิตวิทยาการเทรดหุ้นบ้างหรือเปล่า Binary Option ที่สามารถเทรดได้ทั้ง 2 ทางเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้แมลงเม่าทั้งหลายกระโจนเข้ามากันอย่างมากมาย หลายคนเข้ามาเพียงคิดแค่ว่าทำเงินได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความหวังในการทำกำไรโดยลืมคิดไปว่าหากขาดทุนขึ้นมาเราจะสามารถรับมันได้มากน้อยแค่ไหน 

นักเทรดที่อยู่ในตลาดนี้มาเป็นเวลานาน นอกจะจากจะรู้ดีว่าการทำกำไรได้ง่าย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้ง 2 ทางของ Binary Option นอกจากจะเย้ายวนจิตใจแล้ว แต่พวกเขาก็รู้ว่าผลของการขาดทุนกระทบจิตใจมากแค่ไหนด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาสามารถระงับยับยั้งความผิดหวังจากการเทรดผิดพลาดได้โดยไม่ติดโพยตีพาย ไม่แสดงอาการเสียใจใดๆทั้งสิ้น เมื่อรู้ตัวว่าแพ้พวกเขาก็พร้อมที่จะหยุดมันทันที เพื่อทำสมาธิใหม่ปรับจูนสมองและจิตใจใหม่เพื่อให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมที่จะเทรดต่อไปอีกครั้ง

การเทรดไบนารี่ออฟชั่นได้ทั้ง 2 ทางแบบง่ายๆ ก็เหมือนดาบ 2 คมดีๆนี่เอง นักเทรดไม่ควรหลงระเริงกับความง่ายจนลืมไปว่า ความยากมันมีมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยากกว่าการขาดทุนคือการจะทำอย่างไรให้ตัวนักเทรดเองสามารถยอมรับผลการขาดทุนได้ โดยพร้อมที่จะปรับปรุงระบบการเทรดใหม่ มิใช่คิดเพียงแต่ว่า “ตานี้ฉันแพ้ ตาหน้าฉันจะเอาคืน” หากคิดแบบนี้แล้ว ห่วงว่าจะเป็นตลาดมากกว่าที่จะเอาคืนนักเทรด อย่าให้ความโลภความโมโหเข้ามาครอบงำ จนทำให้เรากลายเป็นนักพนันในตลาดนี้ไปในที่สุด 

เทรดเดอร์ นักพนันมืออาชีพ นักพนักมือสมัครเล่น





เรามาดูกันว่านักเทรดผสมนักพนันเค้ามีการเตรียมความพร้อมในการเทรดแต่ละวันยังไงกัน

ที่ต้องบอกว่าแต่ละวันก็คือ พวกเขาจะติดใจกับการหาเงินในลักษณะแบบนี้ทุกวัน หากไม่เทรดค่าเงินพวกเขาก็ไปหาสิ่งอื่น ๆ ทำกันอยู่ดี และคงไม่ต้องพูดกันถึง “ความเสี่ยง” เพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เข้าใจเป็นอย่างดี ว่าความเสี่ยงในแต่ละวันเป็นอย่างไร

นักเทรดที่ยอมรับว่าตนเองเสมือนนักพนัน เขาเหล่านี้จะมีความได้เปรียบมากกว่าผู้ที่ไม่ยอมรับว่าตนเองคือนักพนัน เพราะว่าพวกเขาเข้ามาเทรดด้วยความรู้ในระดับหนึ่ง ไม่ได้กระโจนเข้ามาด้วยความไม่รู้อะไรเลยและที่สำคัญนักเทรดจำพวกนี้จะค่อนข้างรู้ตัวเอง พวกเขาจะนำเงินเข้าไปเทรดในจังหวะที่เขามั่นใจว่าจะทำเงินให้เขาได้ในเวลาอันรวดเร็ว และพร้อมที่จะเลิกเทรดทันทีที่เขาทำกำไรได้แล้วในวันนั้น แล้วในวันถัดไปพวกเขาก็จะกลับเข้ามาเทรดใหม่ในจังหวะเดิม ๆ อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของนักเทรดผสมกับนักพนันก็ตาม ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก ในเมื่อเขาสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องการพุดถึงเรื่องระบบเทพอะไรมากนัก อินดิเคเตอร์อาจจะใช้เพียงเส้น EMA 2 เส้นตัดกัน ก็เข้าทำกำไรได้เลย ฟังดูแล้วง่ายเหลือเกิน แต่เปล่าหรอกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่าจุดมุ่งหมายของการเทรดของแต่ละคนอยู่ที่เดียวกันก็คือ “กำไร” แต่วิธีการทำกำไรต่างหากที่ต่างกัน 

บางคนเรียกตัวเองอย่างสวยหรูว่าเทรดเดอร์ แต่วิธีการเทรดก็ดูไม่ต่างจากนักพนันเลย นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในขณะที่เจอกับผลขาดทุน ประหนึ่งว่ารับไม่ได้และต้องการที่จะเอาคืน เทรดไปเทรดมากลับกลายเป็นล้างพอร์ตเอาซะดื้อ ๆ เรียกว่าไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว แบบนี้ต้องเปลี่ยนจากเทรดเดอร์ มาเป็นนักพนันมือสมัครเล่นกันซะแล้ว

ถ้างั้นมาดูกันสักหน่อยว่านักพนันมือสมัครเล่น มีลักษณะเป็นอย่างไร
ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ หวังจะทำกำไรอย่างเดียว
ไม่บริหารการเงิน วางเงินมากเกินความจำเป็น พอขาดทุนมีอาการรับไม่ได้
รู้ทั้งรู้ว่าความเสี่ยงเป็นอย่างไร แต่ก็ยังไม่วายที่จะนำตนเองไปยืนอยู่บนความเสี่ยงเกินจำเป็น
เข้ามาเทรดเพราะคิดว่าต้อง “กำไร” เท่านั้น หาก “ขาดทุน” จะรู้สึกไม่ยอมแพ้
คิดหวังเพียงกำไรที่มากถึงมากที่สุด แต่ขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เมื่อพบกับความผิดพลาดจะไม่ค่อยยอมรับว่าตนเองผิด แต่จะโทษระบบหรือสิ่งอื่น ๆ เรื่อยไป
มักจะถูกกำหนดการเทรดด้วยตลาดเสมอ เพราะตนเองไม่มีระบบการเทรด จึงทำให้ตกอยู่ในวังวนของการ “ขาดทุน” อยู่ร่ำไป

จะเห็นได้ว่า ทั้งเทรดเดอร์ นักพนันมืออาชีพ และนักพนักมือสมัครเล่น มีความแตกต่างกันอยู่มากเหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะถูกจัดให้อยู่ในประเภทไหน คุณจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือจิตใจของคุณเอง การวางแผนอย่างเป็นระบบ และการยอมรับว่าเราแพ้ และพัฒนาตนเองต่อไป สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้คุณอยู่รอดในตลาด Binary Option หรือตลาดเทรดค่าเงินทุกที่ได้ แม้กระทั่งตลาด forex ด้วยเช่นกัน


จะเอาชนะตลาดได้อย่างไรดี





3m  Successful Tranding 1.Mind 2.Method 3.Money 

3 อย่างนี้น่าจะเคยผ่านหูผ่านตานักเทรดมาบ้าง เรามาดูกันก่อนว่าในส่วนนี้มีความหมายว่าอย่างไร และเราควรบริหารหรือใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับจริตการเทรดของเรา 

สิ่งที่นักเทรดทุกคนต้องการก็คือ “กำไร” และ “ชนะตลาด” นั่นเอง

1.Mind 
คือจิตวิทยาการเทรด ภายใต้ความโลภและความกลัว นักเทรดควรมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ระบบความคิดของเราต้องถูกจัดการมาแล้วอย่างเป็นระบบระเบียบ และต้องไม่ให้จิตวิทยามวลชลใด ๆ มาเป็นตัวทำลายกลยุทธ์ของเราลงไปได้ นักเทรดต้องสามารถควบคุมความโลภและความกลัวในตัวเองให้ได้บางครั้งนักเทรดอาจจะมีความคิดที่สวนทางกับคนส่วนใหญ่ แต่เราก็ต้องมั่นใจและหนักแน่นเข้าไว้ หากเราคิดว่าความคิดของเราถูกต้องก็อย่าให้คนส่วนใหญ่ทำให้สิ่งที่เราคิดไว้ต้องล้มลงกลางทาง ที่สำคัญผลที่ได้มันจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จงยอมรับมันและนำมาพัฒนาต่อไป

2.Method 
คือวิธีการหรือกระบวนการในการวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ซึ่งจริงๆแล้วจะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน

3.Money
คือการจัดการทางการเงินเพื่อให้ผลตอบแทนที่คาดไว้คุ้มกับความเสี่ยงของเงินที่นำมาลงทุน เงินทุนนั้นจะต้องไม่เป็นเงินที่หยิบยืมหรือเป็นหนี้สินมาเพื่อที่จะลงทุน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าควรเป็นเงินออม และก็ไม่ใช่เงินออมที่มีทั้งหมด ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่า คุณยอมที่จะเสียมันไปได้หากเกิดขาดทุน เพื่อแลกกับประสบการณ์ ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะตอบตัวเองได้ว่าคุณเหมาะกับตลาดที่มีความเสี่ยงสูงหรือเปล่าด้วย

นักลงทุนต้องระลึกไว้เสมอว่าการลงทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เมื่อเราเลือกลงทุนด้วยวิธีใดแล้วก็ตามก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้วย นั่นคือ

Hight Risk >> Hight return
Low Risk >> Low return

ความหมายเป็นไปตามข้อความสั้น ๆ ข้างต้น สิ่งที่ควรย้ำตัวเองอยู่เสมอนั่นคือ Low Risk >> Hight return ในรูปแบบของการเทรดนั้น มันไม่มีความเป็นไปได้เลย

เมื่อนักเทรดเข้าใจ 3 ประเด็นข้างต้นแล้ว ก็ค่อย ๆ กลับมาบริหารจัดการตนเองไปทีละอย่าง การเข้าใจระบบการเทรดที่ตนเองสร้างขึ้นมาจะเป็นตัวการสำคัญในการทำกำไร ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราเก่ง จึงมั่นใจว่า “ชนะ” แน่นอน แต่คือเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ สามารถเทรดไปตามระบบได้ ไม่ได้เทรดไปตามมวลมหาประชาชน แต่หากเห็นตรงกันในครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเทรดได้มากขึ้น

เรื่องสำคัญที่ต้องย้ำกันอีกครั้งคือ การบริหารจัดการการเงิน นอกเหนือจากการใช้เงินออมในการลงทุนแล้ว นักเทรดที่ดีต้องบริหารการเทรดให้มีผลกำไรให้จงได้ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการศึกษา ทดลองเทรด และวิเคราะห์ด้วยทุกครั้ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเข้าเทรดเพราะอะไร มีสัญญาณอะไรบ่งบอก หรือเรายังไม่เทรดเพราะอะไร และหากผิดพลาดก็ต้องหาคำตอบให้ได้ด้วยว่าครั้งที่ผิดพลาดเป็นเพราะอะไร หากผิดพลาดแล้ว นักเทรด “หยุดเทรด” เป็นหรือไม่ หรือจะเอาคืนตลาดอย่างเดียว 

โปรดระลึกไว้เสมอว่า ก่อนที่จะเอาชนะตลาดได้นั้น เอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน จะดีที่สุด

3 สิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะทำให้คุณเป็นนักเทรดคุณภาพ





ไบนารี่ออฟชั่น เป็นอีกตลาดหนึ่งในการหาเงินเข้ากระเป๋าของเราได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายที่คิด แต่เราต้องมาปรับทัศนคติในการเทรดกันก่อน ว่าเราจะไม่เป็นนักพนันที่เข้ามามาเสี่ยง (เผื่อฟลุ๊ค) เท่านั้น แต่เราต้องบอกตัวเองว่าเราจะเป็น “นักเทรดคุณภาพ” เราจะเทรดเก่งในแบบที่เราเป็น เราจะสามารถออกแบบระบบการเทรดที่สุดยอดสำหรับตัวเราได้ 

มาดูการฝึกฝนตนเองเบื้องต้นง่าย ๆ กันก่อน แล้วเราจะตอบตัวเองได้ว่า “นักเทรดคุณภาพ” มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

1.อ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเทรดหุ้น การเทรดค่าเงิน
คุณอาจจะต้องมีผู้ช่วยในการทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเทรดค่เงินก่อนเป็นอันดับแรก และไม่ว่าคุณจะเลือกใช้หนังสือเล่มไหน ผู้เขียนเป็นใครก็ตาม เลือกได้เลย ในส่วนนี้ไม่มีข้อจำกัด เพราะใจความสำคัญของแต่ละเล่มไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับลีลาของผู้เขียนมากกว่า เอาเป็นว่าหนังสือเล่มไหนที่คุณเปิดอ่านแล้วมีความรู้สึกว่าอ่านง่ายให้สาระ ให้ข้อคิด ให้แนวทางกับคุณได้ ก็เอาเล่มนั้นเลย 

แหล่งความรู้ไม่ได้มีเพียงแต่หนังสือเท่านั้น ระบบออนไลน์ช่วยคุณได้เยอะอยู่แล้วในปัจจุบัน ที่สำคัญคุณอย่าได้ไปเที่ยวฝากความหวังของคุณไว้กับใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป เพราะไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด และไม่เคยแพ้จากการเทรด คุณเองก็เช่นกัน จะแพ้ก็ดี จะชนะก็ดี ขอให้เรารู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุใด เพียงเท่านี้มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว สำหรับการเริ่มต้น

2.ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ
เนื่องจากไบนารี่ออฟชั่นเป็นการเทรดค่าเงิน ดังนั้นข่าวทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อค่าเงินโดยตรง ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่มีการวิเคราะห์ค่าเงิน หรือข่าวในแต่ละวันออกมาให้เราให้ติดตามมากมาย เช่น forexfactory ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักเทรดว่ามีความแม่นยำสูง เพราะนักเทรดจะต้องกำหนดทิศทางในการเทรดนาทีนั้น ๆ ให้ถูกต้องมากที่สุด เพื่อเก็บผลกำไรต่อไป ไม่เพียงเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและสังคมภายในประเทศและต่างประเทศด้วยที่เข้ามีผลกระทบถึงราคาค่าเงินด้วยเช่นกัน

3.จดผลการเทรดทุกครั้ง
ไม่ว่าผลการเทรดจะเป็นอย่างไร คุณอาจเริ่มต้นจากการเทรดด้วย demo คุณก็ต้องจดผลการเทรดด้วยทุกครั้งเพื่อที่จะได้นำมาวิเคราะห์ว่าในครั้งที่คุณเทรดแล้วมีกำไรเป็นเพราะอะไร ในครั้งที่คุณเทรดแล้วขาดทุนเป็นเพราะอะไร หรือคุณเทรดจำนวน 10 ครั้งติดต่อกัน มีกำไรกี่ครั้ง ขาดทุนกี่ครั้ง คุณจำเป็นต้องจดให้ครบถ้วน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณไม่ตะบี้ตะบันในการเทรดมากจนเกินไป และหากนาทีนั้นคุณเทรดเสียมากกว่าเทรดได้ สิ่งที่ตามมาคือ “ความอยากเอาคืน” ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเกือบ 100% คนที่อยากเอาคืนตลาด มักจะโดนตลาดเอาคืนอย่างสาสมก่อนทุกครั้งเสมอ ดังนั้นผลการเทรดที่คุณจดเอาไว้จะบอกคุณได้เองว่าคุณควรหยุดพักสักระยะหนึ่งหรือคุณควรจะไปต่อเลยในนาทีนั้นเลย

Exness