Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate

Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate
แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นการเทรดค่าเงิน มาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างถูกต้อง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินดิเคเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินดิเคเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

Stochastic Oscillator คุณใช้งานถูกต้องอยู่หรือเปล่า





Stochastic Oscillator หลักในการคำนวณที่ลึกซื้งคงจะไม่พูดถึงในจุดนี้เพราะนักเทรดไม่ได้ใช้กันอยู่แล้ว แต่นักเทรดควรรู้ว่า เส้นทั้ง 2 เส้นมีความหมายว่าอย่างไร
  • เส้น %D สีน้ำเงินคือการเทียบราคา HI ของวัน
  • เส้น %K สีแดงจะเป็นผลการคำนวนของค่าเฉลี่ยเส้นแรก

ความเข้าใจอย่างง่ายสำหรับ Stochastic Oscillator คือมันจะช่วยบอกการแกว่งของราคา หากราคาปิดเข้าใกล้จุด HI ของวัน เส้นมันจะขยับเข้าใกล้ 100 ไปเรื่อย ๆ ยิ่งอยู่ในโซนใกล้ 100 หลายวัน ก็หมายความว่าราคาปิดจะสูงขึ้นไปอีกได้ และในขาลงหากปิดต่ำกว่า HI ของวัน Stochastic Oscillator ก็จะลดระดับลงต่ำเข้าใกล้ 0 มากขึ้นไปเรื่อย ๆ 

แต่หากจะดูว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้น หรือขาลงแล้วก็สามารถดูได้จาก
  • การที่มันเข้าถึง 80  และขยับตัวอยู่ในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ และนาน นั่นหมายความว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และให้สัญญาณว่าราคาจะปิดที่ใกล้ไฮของวันได้เรื่อยๆ
  • การที่มันลงมาเข้าสู่เขต 20 และรักษาราคาในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ มันก็บอกกับเราว่าเป็นเทรนด์ขาลงอย่างแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน
นักเทรดหลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า
  • หากเส้นสีน้ำเงินเข้าถึง 80 ให้เตรียม sell หากมันตัดกับเส้นแดงลงมา 
  • และหากเส้นน้ำเงินลงมาถึง 20 ให้เตรียม buy หากมันตัดกับเส้นแดงขึ้นไป 
แต่ลองสังเกตดุดี ๆ ละกันว่าอย่างไหนกันแน่ที่เจ้า Stochastic Oscillator บอกกับเรา เพราะบางทีมันอาจจะช่วงเวลาที่กราฟย่ออยู่ หรือมันบอกกับเราว่ารอต่อไปอีกสักหน่อยเถิดนักเทรดทั้งหลาย ยังไม่ต้องรีบ buy หรือ sell จนเกินไป มิเช่นนั้นท่านอาจจะต้องทนถือขาดทุน , cut loss , หรือขายหมูไปก่อนก็อาจเป็นได้นะ .. แบบนี้ต้องทดสอบกันหน่อยแล้วหละ ..

คิดจะเป็นนักเทรดต้องใจเย็น





ความใจเย็น จะทำให้นักเทรดเฝ้ารอได้ จริง ๆ แล้วก่อนที่จะเข้ามาในตลาดการเทรดค่าเงินจนกระทั่งเปิดพอร์ตเทรดได้จริง คุณอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นปีเลยทีเดียว เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในแต่ละตลาดมีวิธีการเทรดอย่างไร

หากคุณสนใจการเทรด binary option ก็ต้องเข้าใจวิธีการเทรดก่อน เพราะว่าจะมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น หากคุณกด call หรือ put ก็จะมีเวลาในการทำกำไรเข้ามากำหนด เวลาก็จะนับถอยหลังไป จนกระทั่งหมดเวลา หากนักเทรดเข้าสัญญาถูกทางก็เป็นอันรับกำไรเข้ากระเป๋ากันไป แต่หากขาดทุนก็สามารถหาจังหวะเข้าเทรดได้อีกครั้ง แต่ในรายละเอียดจะมีมากกว่าที่กล่าวมาแล้วนี้ มิใช่เพียงการกด call หรือ put เท่านั้น หากนักเทรดสนใจในการเทรด binary option จริง ๆ ก็ให้เริ่มศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่าทำไมจึงมาเป็น binary option วิธีการเทรด ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง ก็จะทำให้นักเทรดประสบความสำเร็จได้ จะเห็นได้ว่ากว่าจะทำความเข้าใจในส่วนต่าง ๆ เพียงแค่เบื้องต้นก็ดูจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ในการศึกษากันเลยทีเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้

มาถึงตลาดใหญ่ที่สุดของการเทรดค่าเงินกันบ้างนั่นคือ ตลาด forex นักเทรดเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่า ตลาดนี้คืออะไร แล้วทำไมนอกจากการเทรดหุ้นแล้ว ถึงมีการเทรดค่าเงินด้วย ที่เราได้ยินมาว่าเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงนั่นเป็นอย่างไร ลักษณะไหนกันแน่ แล้วจะมีวิธีการใดที่จะลดความเสี่ยงนั้นลงได้ จนทำให้เราสามารถทำมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเรา นอกจากกดออก order แล้วรอรับกำไร (หรือขาดทุน) ยังมีเครื่องมือใดอีกบ้างที่จะมาเป็นตัวช่วยให้การเทรดของเราง่ายขึ้น ที่เค้าว่ากันว่าต้องมีวินัย , ต้อง MM , ต้องควบคุมความโลภ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ยังจะรวมไปถึงการ copy trade และการใช้ ea ตัวช่วยในการเทรดอีก เป็นต้น

มาจนถึงตรงนี้แล้ว ดูจะต้องใจเย็นจริง ๆ แล้วใช่หรือไม่ เกาะขอบสนามเก็บรายละเอียดไปก่อนก็ได้ครับ ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละอย่าง เดิมทีอาจใช้เวลาหมดไปกับการเล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูหนัง ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นหนังสือการเทรดดี ๆ สักเล่มเพื่ออ่านทำความเข้าใจในส่วนต่าง ๆ ไปก่อน หากอ่านแต่ตัวหนังสือแล้วมองไม่ออก สมัครเปิดพอร์ตเทรดโดยการใช้ demo ไปก่อนก็ยังได้ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าใจมันมากขึ้นว่าแท่งเทียนลักษณะไหน หมายถึงอะไร บอกอะไร หรืออินดิเคเตอร์ตัดกัน 2 เส้น ให้เข้า order ได้ แต่ระวังสัญญาณหลอกเป็นยังไง สักพักจะค่อย ๆ เข้าใจไปเองครับ

สำคัญมาก ๆ ในเรื่องของการเงิน ระหว่างที่คุณกำลังเริ่มต้นศึกษาในส่วนต่าง ๆ ก็จะพอมองออกว่าต้องมีการกำหนดเงินทุนในการเทรดด้วย และทุก ๆ ตำราก็จะบอกว่าต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น เงินที่หากเกิดการขาดทุนขึ้นมา คุณก็ไม่เดือดร้อน และสามารถคิดบวกได้ว่า นั่นคือค่าความรู้ คุณอาจจะกลับไปทดลองระบบกับ demo ใหม่ก่อนก็ได้ หรือคิดว่าสามารถแก้ไขในจุดบกพร่องได้แล้ว จะเทรดต่อด้วยเงินจริงก็เอาที่สะดวกได้เลย

เงินเย็น ผนวกกับใจเย็น ผลน่าจะออกมาดีกว่า เงินร้อน ผนวกกับใจร้อน นะครับ

ก่อนใช้ indicator ทำความเข้าใจให้ชัดเจน






Indicator หรือ Indy ที่มีให้ใช้แบบฟรี ๆ ในระบบหลายสิบตัวก็ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการระบุแนวโน้มและการกลับทิศของกราฟได้ หลาย ๆ คนมีความถนัดมากกว่าที่จะดูจากกราฟเปล่า ๆ เพราะอินดิเคเตอร์จะเหมือนตัวช่วยตีความและวิเคราะห์ราคา รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะการของกราฟในขณะนั้นให้กับเราได้

ก่อนที่จะเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งหรือหลาย ๆ ตัว เพื่อขจัดความเสี่ยงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักเทรดต้องทำความเข้าใจกับพวกมันก่อน เพราะหากเลือกใช้ผิดจะเกิดความขัดแย้งอย่างมีนัยยะสำคัญขึ้นทันที อินดิเคเตอร์บางตัวให้สัญญาณแม่นยำเฉพาะตลาดที่มีแนวโน้ม บางตัวให้สัญญาณในตลาด Sideway แบบกราฟสวิงไปมาสั้น ๆ ได้ดี คุณต้องหาเหตุผลและวิธีการใช้งานให้ได้ก่อนที่จะเลือกใช้มัน หรือหากนำมันมาผสมผสานเข้ากันก็ต้องรู้ว่ามันเหมาะกับตลาดแบบไหน หรือกรอบเวลาช่วงไหนด้วย

ในตลาดที่มีความซับซ้อน และปัจจัยทางเศรษฐกิจก็เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ผู้ที่มีประสบการณ์หลาย ๆ คนอาจจะเลือกใช้ Indicator น้อยตัว หรือเทรดแบบกราฟเปล่าไปเลย เพราะว่าเพียงเห็นกราฟหรือราคาก็สามารถหาจุดเข้า order ได้แล้ว แต่สำหรับนักเทรดมือใหม่การที่จะไม่ใช้ตัวช่วยใด ๆเลยดูจะเป็นเรื่องยากจนท้อใจ ดังนั้นให้เลือกใช้ Indicator ที่เราเข้าใจที่สุดก่อนและดูร่วมกันกับกราฟราคา เชื่อว่าหากคุณดูมันบ่อย ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงต่อวัน นักเทรดก็จะจับสัญญาณจากแท่งเทียนได้เองเช่นกัน ถึงวันนั้นก็คงจะค่อย ๆ ถอดอินดิเคเตอร์ ออกไปจนเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

อินดิเคเตอร์แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator 
2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator 
3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น

1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator จะให้สัญญาณได้แม่ยำเมื่อตลาดกำลังเคลื่อนไหวหรือมีแนวโน้ม แต่จะด้อยคุณภาพมาก ๆ หากตลาดอยู่นิ่งไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว หรือภาวะ Sideway ให้คุณลองมองหา indicator ซัก 1 ตัวที่คุณเข้าใจมัน มันจะให้สัญญาณประเภทที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับราคาหรือเกิดขึ้นภายหลังราคา พวกมันจะมีการกลับตัวหลังจากที่แนวโน้มได้เกิดทิศทางกลับทิศไปแล้วสักพัก

2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator ให้สัญญาณที่เร็ว และเกิดขึ้นก่อนราคาหรือเกิดขึ้นพร้อมกันกับราคา ซึ่งมักจะมีการกลับตัวก่อนหน้าของราคาด้วย แต่อาจจะให้สัญญาณเร็วเกินไปจนพากันรีบเข้า order และอันตรายเมื่อตลาดเริ่มต้นที่จะเกิดแนวโน้ม 

3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น ที่บ่งบอกราคาสูงสุด หรือต่ำสุดของวัน ภาวะหมี หรือภาวะกระทิง อัตราส่วนของ option put call หรือจะนำหลาย ๆ ตัวมาผสมผสานกันแล้วมาใช้ก็ได้ เพราะนักเทรดอาจจะต้องการให้ข้อดีของอินดิเคเตอร์บางตัวไปทำลายข้อเสียของบางตัว ส่วนใหญ่อินดิเคเตอร์จำพวกนี้ต้องใช้ความสามารถขั้นสูงสักหน่อยในการจับแต่ละตัวมาผสมผสานกัน มีทั้งแจกฟรี และเสียเงินนะครับ แต่หากไม่เข้าใจก็ไม่สามารถทำกำไรได้อยู่ดี

โปรดจำไว้ว่า ไม่มีใครมาออกคำสั่งให้คุณต้องเทรดเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ ดังนั้นหากอินดิเคเตอร์ที่คุณใช้อยู่ยังให้สัญญาณไม่ชัดเจนก็อย่าได้รีบเข้า order โดยเด็ดขาด คุณอาจเคยได้ยินว่าสัญญาณหลอกมาบ้าง ซึ่งก็มันก็จะรวมกับคำว่าเราก็หลอกตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะความใจร้อน หรือความโลภก็ดี จึงทำให้เข้าผิดมากกว่าเข้าถูกอยู่ร่ำไป ถ้าไม่มีสัญญาณ เราก็ไม่เข้า อาจจะไปดูคู่เงินอื่น ๆ ที่มัสัญญาณชัดเจนกว่าหรือปิดหน้าจอไปเลยแล้วค่อยเทรดใหม่ก็ยังไม่สาย

ลิงค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง http://www.binaryoptionee.com

Expert Advisors (EA) ตัวช่วยนักเทรด






เรามักจะคุ้นชินกับคำว่า EA หรือ ROBOT กันมากกว่า และเชื่อว่าหลาย ๆ คนเข้ามาในตลาด Forex แรกสุดเลยก็คือการให้ EA เป็นตัวช่วยในการเทรด เพราะส่วนใหญ่แล้วจะเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาในการเทรด เมื่อลงโปรแกรมและติดตั้ง EA เรียบร้อยแล้ว เราก็ปล่อยให้ EA เทรดแทนเราได้เลย มันจะคอยเปิด order ตามโปรแกรมที่ถูกเขียนไว้ และปิด order ตามสัญญาณที่ผ่านการคำนวณมาแล้วด้วยเช่นกัน

EA มีหลากหลายประเภทนับไม่ถ้วน เพราะผู้ที่มีความสามารถในการเขียนก็เขียนไปตามเงื่อนไขที่ตนเองต้องการ ก็คือใส่เงื่อนไขของอินดิเคเตอร์เข้าไป และให้ EA ทำงานตามเงื่อนไขนั้น เพราะผู้เขียนไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งเฝ้ากราฟด้วยเหตุผลนานาประการ จึงทำให้ต้องใช้งาน ROBOT แทน 

EA ก็คือโปรแกรมทำงาน ทำเงินแทนคนอย่างเรา ๆ นี่แหละครับ EA ที่สามารถทำเงินได้จริงและได้กำไรในระยะยาวก็ยังพอมีแต่มีน้อย และตามสถิติ อย่างเก่ง EA ที่ว่าดีที่สุดหรือเก่งที่สุด ก็ทำกำไรได้อย่างมากประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้นก็อาจจะทำกำไรได้น้อยลงหรือล้างพอร์ตก่อน 6 เดือนก็มีอยู่มากเช่นกัน 

หลายคนเริ่มต้นจากใช้ EA ในการเทรด แรก ๆ ทำกำไรได้อย่างมาก มากกว่า 50% ต่อวันเลยทีเดียว และ EA สามารถเปิดให้เทรดกี่พอร์ตก็ได้เท่าที่เราต้องการ จึงทำการจัดเต็ม 4-5 พอร์ต ปรากฏว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น มีข่าวนอกตารางทำให้ลากไปล้างจนสะอาดหมดจดทุกพอร์ต เพราะเราชะล่าใจว่ายังไงแล้วก็วางใจกับ EA ได้ แต่พอเราวางใจ ไว้ใจแล้วก็สร้างความเสียหายเหลือคณานับให้เราได้ด้วยเช่นกัน

หลายคนหวังไว้ว่า จะให้เจ้า EA นี่แหละเป็นตัวช่วยสร้าง Passive Income ให้ ตัวไหนที่เค้าว่าดีก็ถาโถมเข้าไปใช้ด้วยโดยไม่ได้ทดสอบด้วย DEMO ซะก่อนสัก 1 เดือน เพราะอยากมีรายได้เร็ว ๆ หากมัวใช้ DEMO ก็จะเสียโอกาสทำเงินไปอีก 1 เดือน อีกอย่างหนึ่งเงินที่นำมาเทรดก็เป็นเงินร้อน พอสิ้นเดือนใบแจ้งหนี้ก็ตามมาติด ๆ จึงทำให้มองข้ามการทดสอบไป เข้าไปเทรดด้วยเงินจริงเลยทันที หาตลาดเป็นไปตามเงื่อนไขที่ EA เขียนไว้ก็เป็นอันปิดกำไรสวย ๆ กันไป แต่หากโชคไม่ดีตลาดไม่เป็นไปตามเงื่อนไข แต่ EA ก็ยังเปิด ORDER ให้ เพราะชนกับเงื่อนไขบางอย่างเข้าก็ทำให้ล้างพอร์ตได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน

ที่เขียนบทความออกมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าการเลือกใช้ EA จะไม่ดีเสมอไป เพราะถึงแม้ว่าเราเทรดเองก็ล้างพอร์ตเอาง่ายๆเหมือนกันนั่นแหละ ดีไม่ดีล้างง่ายกว่า EA ด้วยซ้ำไป เพราะควบคุมความโลภไม่ได้ จ้องจะเอาคืนอย่างเดียว ดังนั้น ผู้ที่มี EA เทพ ๆ อยู่ในมือเค้าอาจจะไม่อยากเปิดเผยก็อาจเป็นได้ เพราะเก็บไว้ทำกำไรคนเดียวชิว ๆ ดีกว่าเป็นไหน ๆ การที่จ้องแต่จะหากำไรจากการขาย EA เพียงอย่างเดียว อาจสร้างปัญหาตามมาได้ หากผู้นำไปใช้ OVER TRADE แล้วผลที่ตามมาก็มาต่อว่า EA พาไปล้างพอร์ตเอาดื้อ ๆ ทั้ง ๆ ที่ใช้งานมานานแสนนานก็ยังทำกำไรได้ทุกวัน แต่อาจจะไม่มาก แต่กำไรน้อยก็คือกำไรนั่นแหละครับ 

Over Trade ตาดีได้ ตาร้ายเสีย




เป็นที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่ง ผู้คนที่เข้ามาในตลาดเทรดค่าเงินใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Binary Option หรือ Forex ส่วนใหญ่มักจะได้กำไรกันทั้งสิ้น (ขอใช้คำว่าส่วนใหญ่) จึงทำให้เค้าเหล่านั้นมันจะฮึกเฮิมและคิดว่าก็ไม่ได้ยากอย่างที่ใคร ๆ เค้าว่ากันนี่นา

แต่พอถามว่าใช้ระบบอะไรในการเข้าทำกำไร หมายถึง อินดิเคเตอร์ตัวไหน หรือดูกราฟเปล่า เค้ากลับไม่สามารถบอกเราได้เลย หรืออาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำไปว่าอินดิเคเตอร์คืออะไร เพราะเข้ามาด้วยคำว่าโชคช่วย หรือมีดวงทางด้านนี้เท่านั้น จึงไม่ให้ความสำคัญกับเทคนิคต่าง ๆ เท่าใดนัก และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของการ Over Trade นำพาไปสู่หายนะในอนาคตอันใกล้

สมมติว่ามี 100$ ในพอร์ต ออก order 0.03 แล้วโชคดีถูกทาง แต่เห็นว่าไหน ๆ เราก็ถูกทางแล้ว 0.03 ได้กำไรนิดเดียวเอง ยังไม่พอค่า internet เลย ไหนจะเสียเวลามาเฝ้าอีก เลยจัดหนักที่ order 5.0 ทันที พระเจ้าเข้าข้าง ถูกทางอีก กำไร 10$+ ... อัดเข้าไปอีก กำไร 20$+ ทีนี้แหละความลำพองเกิดขึ้นในใจทันที คิดว่าตัวเองมีความสามารถสูง ทำกำไรได้ง่ายเหลือเกิน ความกระหายกำไรเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ บางคนตื่นเต้นต้องประกาศให้ชาวโลกรู้ด้วยว่า “ฉันสามารถหาเงินได้ง่าย ๆ ไม่กี่นาทีมากกว่า 20$+ ต่อวัน” กันเลยทีเดียว

ลักษณะของเทรดเดอร์มือใหม่ จะเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกัน
เฝ้าหน้าจอแทบจะตลอดเวลา ไม่ต่ำว่า 12+ ชั่วโมง หากเป็นตลาด Binary Option วันเสาร์ – อาทิตย์สามารถเทรดได้ ก็จะเฝ้าอยู่เช่นนั้น หรือหากเป็นตลาด Forex ที่ปิดวันเสาร์ – อาทิตย์ ก็ยังคงนั่งดูอยู่เช่นนั้น เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าตลาดอีกครั้งในวันจันทร์ บางคนตี 4 ก็เปิดพอร์ตมาดูกันเลย

พยายามหาแหล่งข้อมูล หรือเทรดเดอร์ที่เก่ง ๆ หรือกลุ่มที่พูดคุยเกี่ยวกับ forex หรือ Binary Option เพื่อเก็บข้อมูลให้มากที่สุด และนำมาปรับใช้กับการเทรดของตนเองต่อไป โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันหมดไปกับข้อมูลเหล่านี้

ต้องการที่จะรู้วิธีการทำกำไรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่มีความเกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาน้อยที่สุด แต่บอกตัวเองว่าต้องรู้ให้มากที่สุด

มองหาระบบเทพ ที่กูรูมักจะบอกว่า เค้าก็ใช้ระบบนี้ แต่คุณต้องผ่านเงื่อนไขบางอย่างก่อน จึงจะใช้ระบบนี้ได้ นักเทรดก็ใจอ่อนตามเค้าไปเพราะพอร์ตเค้าโชว์พอร์ตกำไรอยู่ตลอดเวลา

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตัวนักเทรดเองอาจเคยผ่านมาแล้วทั้งหมด หรืออาจจะมีประสบการณ์ยิ่งกว่านี้ก็อาจเป็นได้ ถามว่า อะไรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักเทรด overtrade กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ดีว่าตลาดเทรดค่าเงินก็ยังอยู่ให้เราเข้ามาประลองฝีมือ และทำกำไรกันได้แทบจะทุกวันในบางตลาด คำตอบก็คือ “ความโลภ” นักเทรดยังไม่สามารถเอาชนะความโลภในใจได้ นั่นก็หมายถึงนักเทรดขาดวินัยในการเทรดอย่างรุนแรง 

หากนักเทรดตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำกำไรเพียงวันละ 2-3% หากสามารถทำได้แล้วจะหยุด ก็ขอให้หยุดได้ตามนั้น มิใช่ว่าขยับเป้าหมายออกไปเรื่อย ๆ เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณมีความจำเป็นที่จะต้อง overtrade เข้าไปด้วย และอารมณ์ ณ ขณะนั้น หากผิดทางขึ้นมาแล้วละก็จะเรียกได้ว่าอาจจะกู่ไม่กลับกันเลยทีเดียว เพราะความอยากเอากำไร 2-3% นั่นคืนมา แต่ก็ทำได้ยากเสียแล้ว 

การมีวินัย เอาชนะความโลภได้ เป็นสิ่งสำคัญ 
การ overtrade หากไม่ชัวร์พอ ก็ไม่ต่างกับการพนัน ตาดีได้ ตาร้ายเสีย

รู้จัก Indicator ตัวช่วยในการเทรด




นอกจากอินดิเคเตอร์แล้วก็ยังมีตัวกราฟแท่งเทียน และเส้นเทรนไลน์อีกที่เราต้องค่อย ๆ เรียนรู้เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเทรดด้วยเช่นกัน

เรามาเจาะในเรื่องของ Indicator กันก่อน เพราะมีนักเทรดจำนวนไม่น้อยที่ใช้เพียง indicator ไม่กี่ตัวก็สามารถทำกำไรในตลาด Binary Option และ ตลาด Forex ได้ และยังทำให้พวกเขายืนระยะการเทรดแบบยาว ๆ กันได้เลย คืออะไร ยืนระยะการเทรดแบยาว ๆ ก็คือการสามารถอยู่ในตลาดเทรดค่าเงินแห่งนี้ได้เรื่อย ๆ มองเห็นว่าสามารถทำกำไรได้ไม่ยากเกินไป เพราะพวกเขามี indicator ที่พวกเขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการทดสอบมาครั้งแล้วครั้งเล่า อาจจะมีบ้างที่ต้องพบกับการขาดทุน แต่ว่าสถิติการทำกำไรกลับมากกว่าจนน่าพอใจ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เลือกใช้มัน จริงไหม๊?

Indicator เป็นเครื่องมือทางด้านสถิติและคณิตศาสตร์ ที่มาช่วยพยากรณ์ทิศทางของราคาไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงและก็ยังเป็นตัวให้สัญญาณยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น มันจะส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าหากราคาหุ้นทะลุแนวต้านไปแล้วให้เราเข้าออเดอร์ขาย และหากราคาหุ้นทะลุแนวรับจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าให้เราเข้าออเดอร์ซื้อ เป็นต้น อินดิเคเตอร์สามารถนำมาเป็นตัวบอกสัญญาณและคาดการณ์ราคาของหุ้นในอนาคตได้ด้วย

Indicator บางตัวจะช่วยนักเทรดในการชี้ทิศทางของตลาด โดยสถิติที่ได้มานั้นก็จะเอาจิตวิทยาการเล่นหุ้นของนักลงทุนทั้งตลาดมาประเมินร่วมกับ indicator นั้นๆด้วย เพราะพฤติกรรมต่างๆของราคาปกติแล้วจะเกิดขึ้นช้าไม่ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ และก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ เช่น ข่าวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ว่าจะเป็นด้านดี หรือด้านร้าย ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ indicator เหล่านี้ ส่งสัญญาณออกมาไปตามความผิดปกตินั้นได้ด้วยเช่นกัน

“อินดิเคเตอร์” ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ การใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป และในแต่ละตัวมีความแม่นยำต่างกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อเราตัดสินใจเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดก็ตามมาเป็นเครื่องมือนำทาง เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกับมันก่อนที่จะนำมาใช้ ที่บอกว่ามีความแม่นยำก็ต้องรู้ว่าแม่นยำในจุดใด ส่งสัญญาณมาแบบไหน เราจึงเข้าออเดอร์ตาม

หากคุณเลือกใช้ Indicator เพียงเพราะคนอื่นใช้แล้วเขาสามารถทำกำไรได้มากมาย คุณก็กระโดดเข้าไปร่วมวงด้วย และคุณพบว่าคุณไม่สามารถทำกำไรจากมันได้เลย ยิ่งเทรด ยิ่งใช้มัน ยิ่งสับสน จิตใจที่เคยนิ่ง ๆ ก็กลับกระวนกระวาย เพราะคิดว่ามันจะพาคุณไปทำกำไร แต่ท้ายที่สุดกลับพบกับการขาดทุนที่คาดไม่ถึง นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ทำความเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร มันให้สัญญาณเร็วหรือมันให้สัญญาณช้ามากน้อยขนาดไหน คุณถึงเข้าออเดอร์ได้ 

มาถึงตรงนี้แล้ว มันไม่สำคัญว่าคุณใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหน หรือไม่ใช่มันเลย แต่สำคัญว่าเครื่องมือนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ บางคนชอบความรวดเร็ว ชอบเทรดบ่อย ๆ ก็ใช้ตัวที่ให้สัญญาณเร็ว เช่น Oscillator แต่หากบางคนสามารถรอสัญญาณที่ช้า แต่มีความแม่ยำสูง ก็อาจจะเลือกใช้ EMA ก็ได้ เมื่อคุณเลือกที่จะใช้ Indicator ตัวใดแล้วก็ตามคุณต้องระลึกไว้เสมอว่าอินดิเคเตอร์ชุดนี้จะเป็นตัวชี้นำและเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการตัดสินใจต่อการลงทุนของคุณ 

เส้นเทรนไลน์ มาทำความรู้จักกันสักนิด




ก่อนหน้านี้ได้พูดถึงภาพรวมของอินดิเคเตอร์ไปบ้างแล้ว นักเทรดหน้าใหม่มีความจำเป็นที่จะต้องรู้จัก นอกจากนี้การอ่านกราฟในรูปแบบเส้นเทรนไลน์เพื่อดูเทรนแนวโน้มของราคา ก็เพื่อที่เราจะได้รู้ว่าแนวโน้มกำลังจะเป็นขาขึ้นหรือเป็นขาลงหรือว่ากำลังอยู่ในแนว side way สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญด้วยเช่นกัน เพราะมันจะต้องนำไปวิเคราะห์คู่กับเส้นกราฟแท่งเทียนด้วย แท่งเทียนในอดีตจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าแท่งเทียนต่อไปจะเป็นอย่างไร และแนวโน้มทิศทางของตลาดในคู่เงินนั้นจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงได้ด้วยเช่นกัน

เส้นเทรนไลน์หากนักเทรดใช้เป็นและนำมาใช้ในการเทรดจะเป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ทรงพลังมาก หัดลากเส้นบ่อย ๆ จะพบว่าไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย การเทรดในยุคแรกๆ ก็นิยมใช้เส้นเทรนไลน์กันอย่างมาก บางรายก็มีการนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับตนเองซึ่งนักเทรดอาจจะเข้าใจได้เอง (แต่ผู้อื่นอาจจะไม่เข้าใจ) ทำให้ในช่วงเวลาเทรดมีความแม่นยำและทำให้มีสถิติการทำกำไรมากกว่าขาดทุนอีกด้วย

นักเทรดมือใหม่เองก็หัดใช้เส้นเทรนไลน์ได้อย่างไม่ยากเพราะการฝึกลากเส้น trend line จะทำให้เราเกิดความชำนาญและมีความมั่นใจในการเทรดมากยิ่งขึ้น เส้นเทรนไลน์จะทำให้เราหลุดพ้นจากการคาดเดาไปได้ระดับหนึ่งซึ่งสามารถใช้ไ้ในทุก ๆ ตลาด รวมถึงตลาดใหญ่อย่าง Forex ด้วย นักเทรดมือใหม่อาจไม่ให้ความสนใจมากนักเพราะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจสักระยะบวกกับการฝึกฝน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเพราะเส้นเทรนไลน์เป็นตัวที่บอกเราว่าตอนนี้กราฟกำลังอยู่ในแนวโน้มใดก็ให้เราหาจังหวะเข้าซื้อหรือขายไปตามแนวโน้มนั้น จะทำให้มีโอกาสในการทำกำไรได้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าเทรดด้วยการคาดเดา นั่นหมายถึงว่าคุณไม่มีหลักการอะไรเลยการเทรด หวังเพียงจังหวะฟลุ๊คเพียงอย่างเดียว ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะอยู่รอดในตลาดนี้ยากเหลือเกิน

เส้นเทรนไลน์มีอยู่ 3 ประเภท ในส่วนนี้จะอธิบายแบบเบื้องต้นเพื่อให้ได้ทำความรู้จักกันก่อน เพราะจะว่าไปแล้วก็มีความลึกซึ้งอยู่พอควร

เส้นแนวรับในเทรนขาขึ้น
ส่วนมากจะถูกลากตัดผ่านบริเวณที่เป็นจุดย้ำฐานของราคา และจะเป็นช่วงแนวรับที่มีความแข็งแรงค่อนข้างสูง ด้วยความที่มีความแข็งแกร่งค่อนข้างมากถ้าหากราคาหลุดลงจากเส้นแนวรับนี้ลงไปเมื่อไร ราคาหุ้นก็จะไหลลงอย่างรุนแรงและรวดเร็วได้ 

เทรนไซด์เวย์
ในส่วนนี้ยังไม่ควรเข้าไปเทรด ให้รอดูก่อน เพราะเป็นช่วงที่ยังไม่เห็นเทรนชัดเจน และราคาก็จะแกว่งไปมาในกรอบแคบ ๆ นี้อยู่ตลอดเวลา ให้สังเกตหรือตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าหากก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นเทรนขาขึ้นหรือขาลงก็ตาม แต่แนวรับนี้สามารถรับอยู่ได้ตลอด ก็ให้นักเทรดระวังไว้ว่า เทรนที่กำลังจะตามมาอาจมีแนวโน้วเป็นขาขึ้นสูงมาก

เส้นแนวรับในเทรนขาลง
มีอีกชื่อที่เรียกกันเล่นๆว่าเป็น “เส้นลดระดับ” ในความเป็นจริงเส้นชนิดนี้จะเป็นเส้นเดียวโดดๆ มักจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมใช้งานกันเท่าไรนัก ส่วนมากที่เราพบเห็นการใช้งานในลักษณะนี้มักจะเป็นเส้นในรูปแบบของเส้นคู่ขนานซะมากกว่า เพราะทำให้สัญญาณต่าง ๆ ได้ชัดเจนกว่า สำหรับเส้นเดียวโดดๆมักจะไม่ได้รับความนิยมในการใช้งานจริง แต่หากใครอยากลากเส้นขึ้นเพื่อใช้ประมาณการลดตัวลงของราคาก็ใช้ได้โดยไม่ผิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดซะมากกว่า

เทรดค่าเงิน 2 ทางกับ Binary Option





อย่างที่เคยได้เกริ่นเอาไว้เสน่ห์ของ Binary Option ก็คือ เราสามารถเทรดหุ้นได้ 2 ทาง หมายถึงหากเราคิดว่าราคากำลังจะขึ้นเราก็เลือกที่จะซื้อได้ แต่หากเราคิดว่าราคากำลังจะลงเราก็สามารถสั่งขายได้ด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่านักเทรดสามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง มอง ๆ ดูแล้วสามารถสร้างรายได้ได้ไม่ยากเลยใช่ไหม๊ แต่ขอย้ำว่าการที่เราสร้างกำไรได้ทั้งสองทางอาจฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่นักเทรด นักเก็งกำไร หรือแม้แต่นักพนันก็ถวิลหาและต้องการที่จะเข้ามาเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น แต่การสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็วก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งละกันว่าคุณก็สามารถขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ไบนารี่ออฟชั่น เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งที่พูดได้ว่าเป็นการใช้เงินลงทุนที่ต่ำ เพียงเริ่มต้น 10$ ก็สามารถเริ่มเทรดกันได้เลย มากไปกว่านั้นคือให้ผลตอบแทนที่สูงไม่จำกัด คิดง่ายๆว่าสามารถเทรดได้ทุกวันและหากคุณสามารถทำกำไรได้ทุกวัน ใน 1 เดือนคุณจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงและขอบเขตการทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหากคุณมีความเข้าใจในการเทรดไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟหรือการเลือกใช้อินดิเคเตอร์ใดๆก็ตาม จะทำให้คุณสามารถคาดการณ์ทิศทางการเทรดล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว 

คุณเคยได้ยินคำว่าจิตวิทยาการเทรดหุ้นบ้างหรือเปล่า Binary Option ที่สามารถเทรดได้ทั้ง 2 ทางเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้แมลงเม่าทั้งหลายกระโจนเข้ามากันอย่างมากมาย หลายคนเข้ามาเพียงคิดแค่ว่าทำเงินได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความหวังในการทำกำไรโดยลืมคิดไปว่าหากขาดทุนขึ้นมาเราจะสามารถรับมันได้มากน้อยแค่ไหน 

นักเทรดที่อยู่ในตลาดนี้มาเป็นเวลานาน นอกจะจากจะรู้ดีว่าการทำกำไรได้ง่าย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้ง 2 ทางของ Binary Option นอกจากจะเย้ายวนจิตใจแล้ว แต่พวกเขาก็รู้ว่าผลของการขาดทุนกระทบจิตใจมากแค่ไหนด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาสามารถระงับยับยั้งความผิดหวังจากการเทรดผิดพลาดได้โดยไม่ติดโพยตีพาย ไม่แสดงอาการเสียใจใดๆทั้งสิ้น เมื่อรู้ตัวว่าแพ้พวกเขาก็พร้อมที่จะหยุดมันทันที เพื่อทำสมาธิใหม่ปรับจูนสมองและจิตใจใหม่เพื่อให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมที่จะเทรดต่อไปอีกครั้ง

การเทรดไบนารี่ออฟชั่นได้ทั้ง 2 ทางแบบง่ายๆ ก็เหมือนดาบ 2 คมดีๆนี่เอง นักเทรดไม่ควรหลงระเริงกับความง่ายจนลืมไปว่า ความยากมันมีมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยากกว่าการขาดทุนคือการจะทำอย่างไรให้ตัวนักเทรดเองสามารถยอมรับผลการขาดทุนได้ โดยพร้อมที่จะปรับปรุงระบบการเทรดใหม่ มิใช่คิดเพียงแต่ว่า “ตานี้ฉันแพ้ ตาหน้าฉันจะเอาคืน” หากคิดแบบนี้แล้ว ห่วงว่าจะเป็นตลาดมากกว่าที่จะเอาคืนนักเทรด อย่าให้ความโลภความโมโหเข้ามาครอบงำ จนทำให้เรากลายเป็นนักพนันในตลาดนี้ไปในที่สุด 

เครื่องมือที่นำมาเป็นตัวช่วยในการเทรด





การเทรดหุ้น หรือการเทรดค่าเงิน เป็นศาสตร์อย่างนึงที่จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ ส่วนใหญ่จะพูดถึง "อินดิเคเตอร์" ต่าง ๆ ที่มีมากมายมากกว่า 10 ตัว ต่างคนก็ต่างนำมาใช้ตามความถนัด แต่อีกมุมหนึ่งนักเทรดบางคนอาจจะบอกว่าไม่ได้ช่วยอะไรในการเทรดมากขนาดนั้น สู้ดูกราฟแท่งเทียนเปล่า ๆ ไม่ได้ เพราะอินดิเคเตอร์อย่างไรแล้วก็วิ่งตามราคาอยู่ดี เป็นต้น

ในส่วนนี้ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวอะไร ไม่ต้องถกเถียงกันให้เสียเวลาไม่ได้มีประโยชน์หรือสาระสำคัญอะไร อยู่ที่ความเข้าใจและความพอใจของนักเทรดมากกว่า เพราะหลาย ๆ ครั้งที่นักเทรดคิดว่าเราเข้าใจในกราฟเปล่าแล้วจะใช้ระบบนี้ แต่พอได้ยินมาว่ามีระบบอินดิเคเตอร์เทพมาก สามารถทำกำไรได้ทุกตา เทรด 10 ตา ชนะ 10 ตา กำไรเน้น ๆ ก็ทำให้เรากระโดดเข้าไปร่วมวงด้วยแบบไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ อาจจะกลายเป็นเทรด 10 ตา ชนะ 2 แพ้ 8 ก็อาจเป็นได้ บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรแน่นอนในตลาดนี้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟเปล่าหรือการนำเส้นอินดิเคเตอร์มาใช้ ทั้งหมดนี้ได้มีการศึกษาวิเคราะห์มาแล้วทั้งสิ้นว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ดังนั้นหากนักเทรดจะนำเครื่องมือใดๆมาใช้ ก็ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าเข้ากันกับจริตนักเทรดหรือไม่ อย่างไร เพราะเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ให้ถูกต้องเท่านั้นเอง

การนำมาใช้ก็ต้องนำมาใช้ให้ถูกต้องกับบริบทของการเทรดด้วย indicator บางตัวเป็นตัวที่ให้สัญญาณช้า บางตัวให้สัญญาณเร็ว ก็ต้องถามใจนักเทรดก่อนว่าคุณชอบหรือเหมาะกับเครื่องมือแบบใดกันแน่ เพราะนักเทรดต้องให้เครื่องมือนั้นนำทางในการเทรดต่อไปเรื่อย ๆ จนตลอดรอดฝั่ง และอย่าลืมว่าเครื่องมือนี้จะมาเป็นตัวบังคับการเทรดของเราและช่วยเราในการตัดสินใจ ทันทีที่มันบอกสัญญาณ คุณก็ต้องเข้าออเดอร์ไปตามนั้น และคอยจับสังเกตว่าสัญญาณที่ส่งมาถูกต้องหรือไม่ สิ่งสำคัญอย่าตัดสินใจว่าสัญญาณถูกหรือผิดเพียงคุณนำมาใช้ไม่กี่ครั้ง เพราะคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ผิดกี่ครั้งและผิดเพราะอะไร เครื่องมือให้สัญญาณผิดหรือเป็นเพราะคุณเองที่ไม่ได้เข้าตามสัญญาณ ก็ให้จดเอาไว้ทุกครั้งและนำมาตัดสินใจอย่างเป็นระบบต่อไป

นักเทรดจำเป็นต้องระลึกอยู่เสมอว่าเครื่องมือที่นำมาใช้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณออกคำสั่งไปแล้ว นั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่มีทางเปลี่ยนมันได้อีก นั่งลุ้นด้วยใจระทึก นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เครื่องมือเหล่านี้มันมีพลังในตัวของมันเอง เพราะมันเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะกำไรหรือขาดทุน

เตรียมความพร้อมในการเทรด Binary Option





ในยุคปัจจุบัน binary option เป็นที่สนใจของนักลงทุนรายย่อยในตลาดทุนเป็นอย่างมาก เสน่ห์อย่างหนึ่งของ binary option ก็คือนักลงทุนสามารถเก็งกำไรได้ ทั้งสองขา คือ ทั้ง CALL และ PUT และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะจากประสบการณ์ การคาดเดา หรืออะไรก็ตามที่คุณเอามันมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจไม่ถือว่าผิดกฎกติกาอยู่แล้ว และคุณสามารถเลือกเล่นค่าเงินคู่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการ 

จะว่าไปแล้ว binary option เป็นเครื่องมือการเทรดค่าเงินแนวใหม่ แต่ก็ไม่ได้ใหม่สำหรับนักลงทุนรุ่นเก๋า แต่สำหรับนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรรุ่นใหม่ที่สนใจในการเทรดอาจจะยังไม่เคยได้ลงมือเทรดกันอย่างจริงจังเพียงแต่อาจจะได้ยินหรือผ่านหูผ่านตามาเท่านั้น แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นอีกช่องทางการเทรดที่น่าทดลองไม่น้อยเช่นกัน

binary option เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเทรดไม่น้อยไปกว่าตลาดไหน ๆ หากเราศึกษาให้ลึกซึ้งเราจะพบว่า binary option มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว หากคุณมีความรู้ในการเทรดพอตัว คุณก็จะพบว่าคุณจะมีกำไรเกิดขึ้นทุกๆ 1 นาที แต่ช้าก่อน !! หากคุณไม่ได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งจริงจังเลย นั่นหมายความว่าทุกๆ 1 นาทีคือหายนะของเงินในกระเป๋าคุณเช่นกัน

พูดกันง่ายๆว่า binary option ก็คือการเทรดค่าเงินชนิดหนึ่ง ผู้ที่ได้เข้ามาในตลาดนี้แล้วก็ยากที่จะเลิกเทรด ถึงแม้ว่าจะเสียเงินไปกับตลาดนี้มากบ้างน้อยบ้างก็ตาม แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็ยังพยายามบอกตัวเองว่า “ยังไม่เข็ด” แล้วจะต้อง “เอาชนะมันให้ได้” เป็นเรื่องที่ดี หากคุณจะบอกตัวเองว่า “ยังไม่เข็ด” และพร้อมที่จะศึกษาเรียนรู้ให้มีความเจนจัดในตลาด option อย่างผู้ที่มีองค์ความรู้อย่างจริงจังต่อไป 

เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า จะเทียบไปแล้วก็เหมือนกับการเล่นหวย และผู้ที่ชอบความเสี่ยงก็มักจะบอกว่าเสียแล้วก็เสียไปรอบหน้าก็เล่นกันใหม่อีก (แบบนี้อาจจะเข้าข่ายนักพนันมากกว่านักลงทุน) เพราะได้ขึ้นชื่อว่าความ “ความเสี่ยง” นั่นคือเราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะ “ได้” หรือ “เสีย” เพราะเต็มไปด้วยการคาดการณ์แทบจะทั้งสิ้น เพราะตั้งใจมาเดาเอาลูกเดียวเลย ในทางกลับกันการคาดการณ์ของผู้เทรดจะแม่นยำมากขึ้น หากอาศัยองค์ความรู้ในการเทรดเข้ามาประกอบกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน “อินดิเคเตอร์” ต่าง ๆ การดู "กราฟแท่งเทียน" ได้อย่างชำนาญ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบว่าทิศทางต่อไปมีความน่าจะเป็นไปทางไหน เพราะสาเหตุใด และหากเราคาดคะเนผิด ก็จะบอกตัวเองได้ว่าจุดไหนที่เราต้องปรับปรุง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการเทรดได้




ไม่แนะนำให้คุณนำเงินมาเสี่ยงในตลาดนี้อย่างไม่รู้ที่มาที่ไป เพราะเงินทองเป็นของหายาก หากเกิดการสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็คือความสูญเสียทั้งสิ้น เพราะนั่นหมายถึงจะไปกระทบจิตใจของคุณด้วย ในบางรายพบว่าตนเองเล่นแล้วเข้าทางดีมากทำให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ในบางรายกลับพบว่าตนเองเล่นหรือเทรดอย่างไรก็เสียอยู่เช่นนั้น ยิ่งเทรดก็ยิ่งเสีย ยิ่งเสียก็ยิ่งอยากเอาคืน นั่นเป็นเพราะระบบความคิด ระบบความรู้และจังหวะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 

ที่สำคัญคือเงินทุนของคุณจะเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงเหล่านั้นด้วยว่า คุณสามารถที่จะเสี่ยงและยอมรับมันได้มากน้อยแค่ไหน บางคนมีทุนมากก็พร้อมที่จะเสี่ยงได้มากและเสี่ยงได้ในระยะเวลานานมากกว่าคนที่มีทุนน้อย ผู้ที่มีทุนน้อยอาจจะต้องล่าถอยออกไปตั้งหลักใหม่ ไม่ว่าคุณพร้อมมากแค่ไหนก็ตามในเรื่องเงินทุน ขอให้รู้ไว้เถิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ที่ปรับระบบความคิดได้ก่อน หมายถึงการเทรดอย่างเป็นระบบ นั่นคือผู้ได้เปรียบในตลาดนี้ เพราะไม่ได้หมายความว่ามีเงินแล้วจะรอดปลอดภัยเสมอไป เพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ที่ความรวยกับความจนอยู่ใกล้กันเหลือเกิน

binary option ยังไม่หายไปไหน รอให้คุณสร้างระบบเทรดที่สุดยอดสำหรับคุณเพื่อจะได้มาเก็บกำไรกันได้ทุกวัน 24 ชัวโมงกันไปเลย นักเทรดคุณภาพ กับระบบคุณภาพ คุณจะต้องเรียนรู้อย่างจริงจังว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร ระบบคุณภาพคุณต้องสร้างมันขึ้นมาเอง เพราะคุณเท่านั้นที่จะบอกตัวเองได้ว่าระบบนี้แหละ การดูกราฟ หรือแท่งเทียนในลักษณะนี้ ตอบโจทย์ชีวิตการเทรดคุณมากที่สุด แต่มันอาจจะไม่เหมาะกับคนอื่น ๆ หากมีใครไม่เข้าใจระบบเทรดของคุณ ก็อย่าไปหวั่นไหว เอาแค่ว่าคุณสามารถทำกำไรกับระบบที่คุณสร้างมันขึ้นมาได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

Exness