Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate

Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate
แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นการเทรดค่าเงิน มาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างถูกต้อง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Binary Option แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Binary Option แสดงบทความทั้งหมด

Stochastic Oscillator คุณใช้งานถูกต้องอยู่หรือเปล่า





Stochastic Oscillator หลักในการคำนวณที่ลึกซื้งคงจะไม่พูดถึงในจุดนี้เพราะนักเทรดไม่ได้ใช้กันอยู่แล้ว แต่นักเทรดควรรู้ว่า เส้นทั้ง 2 เส้นมีความหมายว่าอย่างไร
  • เส้น %D สีน้ำเงินคือการเทียบราคา HI ของวัน
  • เส้น %K สีแดงจะเป็นผลการคำนวนของค่าเฉลี่ยเส้นแรก

ความเข้าใจอย่างง่ายสำหรับ Stochastic Oscillator คือมันจะช่วยบอกการแกว่งของราคา หากราคาปิดเข้าใกล้จุด HI ของวัน เส้นมันจะขยับเข้าใกล้ 100 ไปเรื่อย ๆ ยิ่งอยู่ในโซนใกล้ 100 หลายวัน ก็หมายความว่าราคาปิดจะสูงขึ้นไปอีกได้ และในขาลงหากปิดต่ำกว่า HI ของวัน Stochastic Oscillator ก็จะลดระดับลงต่ำเข้าใกล้ 0 มากขึ้นไปเรื่อย ๆ 

แต่หากจะดูว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้น หรือขาลงแล้วก็สามารถดูได้จาก
  • การที่มันเข้าถึง 80  และขยับตัวอยู่ในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ และนาน นั่นหมายความว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และให้สัญญาณว่าราคาจะปิดที่ใกล้ไฮของวันได้เรื่อยๆ
  • การที่มันลงมาเข้าสู่เขต 20 และรักษาราคาในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ มันก็บอกกับเราว่าเป็นเทรนด์ขาลงอย่างแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน
นักเทรดหลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า
  • หากเส้นสีน้ำเงินเข้าถึง 80 ให้เตรียม sell หากมันตัดกับเส้นแดงลงมา 
  • และหากเส้นน้ำเงินลงมาถึง 20 ให้เตรียม buy หากมันตัดกับเส้นแดงขึ้นไป 
แต่ลองสังเกตดุดี ๆ ละกันว่าอย่างไหนกันแน่ที่เจ้า Stochastic Oscillator บอกกับเรา เพราะบางทีมันอาจจะช่วงเวลาที่กราฟย่ออยู่ หรือมันบอกกับเราว่ารอต่อไปอีกสักหน่อยเถิดนักเทรดทั้งหลาย ยังไม่ต้องรีบ buy หรือ sell จนเกินไป มิเช่นนั้นท่านอาจจะต้องทนถือขาดทุน , cut loss , หรือขายหมูไปก่อนก็อาจเป็นได้นะ .. แบบนี้ต้องทดสอบกันหน่อยแล้วหละ ..

คิดจะเป็นนักเทรดต้องใจเย็น





ความใจเย็น จะทำให้นักเทรดเฝ้ารอได้ จริง ๆ แล้วก่อนที่จะเข้ามาในตลาดการเทรดค่าเงินจนกระทั่งเปิดพอร์ตเทรดได้จริง คุณอาจจะต้องใช้เวลานานเป็นปีเลยทีเดียว เพราะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในแต่ละตลาดมีวิธีการเทรดอย่างไร

หากคุณสนใจการเทรด binary option ก็ต้องเข้าใจวิธีการเทรดก่อน เพราะว่าจะมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น หากคุณกด call หรือ put ก็จะมีเวลาในการทำกำไรเข้ามากำหนด เวลาก็จะนับถอยหลังไป จนกระทั่งหมดเวลา หากนักเทรดเข้าสัญญาถูกทางก็เป็นอันรับกำไรเข้ากระเป๋ากันไป แต่หากขาดทุนก็สามารถหาจังหวะเข้าเทรดได้อีกครั้ง แต่ในรายละเอียดจะมีมากกว่าที่กล่าวมาแล้วนี้ มิใช่เพียงการกด call หรือ put เท่านั้น หากนักเทรดสนใจในการเทรด binary option จริง ๆ ก็ให้เริ่มศึกษาตั้งแต่เริ่มต้นเลยว่าทำไมจึงมาเป็น binary option วิธีการเทรด ข้อดี ข้อเสีย ข้อควรระวัง ก็จะทำให้นักเทรดประสบความสำเร็จได้ จะเห็นได้ว่ากว่าจะทำความเข้าใจในส่วนต่าง ๆ เพียงแค่เบื้องต้นก็ดูจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ในการศึกษากันเลยทีเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องใจเย็น ๆ เข้าไว้

มาถึงตลาดใหญ่ที่สุดของการเทรดค่าเงินกันบ้างนั่นคือ ตลาด forex นักเทรดเองก็มีความจำเป็นที่จะต้องรู้ก่อนว่า ตลาดนี้คืออะไร แล้วทำไมนอกจากการเทรดหุ้นแล้ว ถึงมีการเทรดค่าเงินด้วย ที่เราได้ยินมาว่าเป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงนั่นเป็นอย่างไร ลักษณะไหนกันแน่ แล้วจะมีวิธีการใดที่จะลดความเสี่ยงนั้นลงได้ จนทำให้เราสามารถทำมาเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเรา นอกจากกดออก order แล้วรอรับกำไร (หรือขาดทุน) ยังมีเครื่องมือใดอีกบ้างที่จะมาเป็นตัวช่วยให้การเทรดของเราง่ายขึ้น ที่เค้าว่ากันว่าต้องมีวินัย , ต้อง MM , ต้องควบคุมความโลภ แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ยังจะรวมไปถึงการ copy trade และการใช้ ea ตัวช่วยในการเทรดอีก เป็นต้น

มาจนถึงตรงนี้แล้ว ดูจะต้องใจเย็นจริง ๆ แล้วใช่หรือไม่ เกาะขอบสนามเก็บรายละเอียดไปก่อนก็ได้ครับ ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละอย่าง เดิมทีอาจใช้เวลาหมดไปกับการเล่นเกมส์ ฟังเพลง ดูหนัง ก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นหนังสือการเทรดดี ๆ สักเล่มเพื่ออ่านทำความเข้าใจในส่วนต่าง ๆ ไปก่อน หากอ่านแต่ตัวหนังสือแล้วมองไม่ออก สมัครเปิดพอร์ตเทรดโดยการใช้ demo ไปก่อนก็ยังได้ ทีนี้ก็จะเริ่มเข้าใจมันมากขึ้นว่าแท่งเทียนลักษณะไหน หมายถึงอะไร บอกอะไร หรืออินดิเคเตอร์ตัดกัน 2 เส้น ให้เข้า order ได้ แต่ระวังสัญญาณหลอกเป็นยังไง สักพักจะค่อย ๆ เข้าใจไปเองครับ

สำคัญมาก ๆ ในเรื่องของการเงิน ระหว่างที่คุณกำลังเริ่มต้นศึกษาในส่วนต่าง ๆ ก็จะพอมองออกว่าต้องมีการกำหนดเงินทุนในการเทรดด้วย และทุก ๆ ตำราก็จะบอกว่าต้องเป็นเงินเย็นเท่านั้น เงินที่หากเกิดการขาดทุนขึ้นมา คุณก็ไม่เดือดร้อน และสามารถคิดบวกได้ว่า นั่นคือค่าความรู้ คุณอาจจะกลับไปทดลองระบบกับ demo ใหม่ก่อนก็ได้ หรือคิดว่าสามารถแก้ไขในจุดบกพร่องได้แล้ว จะเทรดต่อด้วยเงินจริงก็เอาที่สะดวกได้เลย

เงินเย็น ผนวกกับใจเย็น ผลน่าจะออกมาดีกว่า เงินร้อน ผนวกกับใจร้อน นะครับ

นักเทรดแบบ Day Trade จะวิเคราะห์กันอย่างไร






เนื่องจากการเทรดค่าเงินเป็นตลาดของต่างประเทศ ดังนั้นเราจึงควรรู้ว่าตลาดในแต่ละคู่เงินเปิด - ปิดตอนกี่โมง เพราะจะทำให้ไม่เสียเวลานั่งเฝ้ากราฟกันทั้งวันทั้งคืน เพราะในช่วงเวลาที่ตลาดปิดกราฟก็จะไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวมากเท่าไหร่ จะนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น จนตลาดเปิดและมีแรงของสภาวการณ์ต่าง ๆ เข้ามากระทบจะทำให้มีความเคลื่อนไหวกันอีกครั้ง

นักเทรดแบบ day trade ก่อนที่จะเข้าเทรดอาจจะเช็คแนวโน้มของวันก่อน ว่าวันนี้แนวโน้มของคู่เงินนั้น ๆ อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น หรือขาลง และตัดสินใจหาจังหวะเข้าเทรดกันอีกที แนวโน้มจะบอกอะไรเรา ? มันจะบอกว่า ถึงแม้ว่าในระหว่างวันอาจมีการเปลี่ยนทิศทางไปบ้างแต่อย่างไรแล้วโดยทฤษฎีก็จะกลับเข้ามาอยู่ในแนวโน้มเดิม จนกระทั่งเดินทางไปถึงจุดกลับตัว ซึ่งต้องระวังกันให้มาก เพราะนักเทรดอาจคิดว่าราคาอาจจะไปได้อีก แต่เอาเข้าจริง ๆ กราฟได้เปลี่ยนแนวโน้มแล้ว ต้องหาทางออก order ให้ทัน หรือไม่ก็ cut loss ออกไปก่อนได้เลยแล้วค่อยหาจังหวะเข้าทำกำไรกันใหม่

ความยากมันอยู่ที่จุดตัดสินใจของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นจะใช้การคาดการณ์ของคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งก็คงไม่ได้ ดีไม่ดีเข้า order กันคนละกรอบเวลา ก็ทำให้เห็นกราฟไม่เหมือนกันแล้ว การเทรดแบบ day trade เป็นการเทรดด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาไม่มากในแต่ครั้ง เพราะจะเข้า order เฉพาะจังหวะที่นักเทรดได้คิดไว้แล้วเท่านั้น และจะไม่ถือกันยาว แค่เพียงเห็นว่ามีผลกำไรพอประมาณแล้วก็ปิด order ออกได้เลย เพราะตามธรรมชาติกราฟจะมีการย่อตัวเกิดขึ้น ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะย่อแล้วกลับไปทิศทางเดิม หรือเปลี่ยนทิศทางสักแท่งสองแท่ง แล้วจึงกลับไปทิศทางเดิมอีก

จะเห็นได้ว่าการเทรดแบบ day trade จะเป็นการเทรดแบบรีบ ๆ เร่ง ๆ สักนิด เพราะคือ รีบเข้า รีบออก เก็บเงินเข้ากระเป๋าก่อน แล้วหาจังหวะเข้าไปใหม่ แล้วก็รีบออกอีกครั้ง นักเทรดบางคนเห็นจังหวะดี ๆ หลาย ๆ ครั้งใน 1 วัน ก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อาจจะครั้งละ 10$ แต่ 5 ครั้ง ก็เป็น  50$ แล้ว และใช้เวลาอาจจะเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น โดยไม่สนใจว่ากราฟจะไปต่อได้อีกหรือไม่ เน้นว่าไม่มีอะไรแน่นอนเก็บเงินเข้ากระเป๋าไว้ก่อนดีที่สุด

ซึ่งหากเปรียบเทียบกับนักเทรดทางเทคนิคที่เทรดไปตามแนวโน้ม หรือเลือกใช้กรอบเวลาใหญ่ ๆ ก็อาจจะต้องถือสัญญากันไปยาว ๆ ข้ามวัน ข้ามคืน แต่ก็อาจจะสร้างกำไรได้มากกว่า หรือน้อยกว่า ก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ ใช้เวลามากกว่าแน่นอน 

เทรดด้วย DEMO ก่อนไม่ดีตรงไหน






ในบทความนี้จะมาขยายความในเรื่องของการเทรดด้วย DEMO แบบเต็ม ๆ สักหน่อย เพราะบทความก่อน ๆ เขียนไว้ประปรายไม่ได้เข้าถึงมากมายนัก

เชื่อว่ามีหลาย ๆ คนมักจะได้รับข้อมูลมาว่าให้เทรดเงินจริงไปเลย เพราะเชื่อได้เลยว่าให้ความรู้สึกต่างกันมากหรือเทียบกันไม่ได้เลย อันนี้เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าลืมว่านักเทรดหน้าใหม่มักจะขาดทุนกันซะมากกว่าเพราะขาดความรู้ วินัย และประสบการณ์ เวลาขาดทุนเงินจริงก็หมดไป ยิ่งเป็นเงินร้อนด้วยแล้วละก็ ให้ความรู้สึกต่างกับเงินเย็น หรือเงินปลอมแบบออกอาการที่เห็นได้ชัดเลย ดีไม่ดีก็จะออกแนวโทษสิ่งรอบข้างซะมากกว่าจะโทษตัวเองที่ขาดความรู้ด้วยซ้ำไป

ถ้านักเทรดอยากรู้ว่าความรู้สึกในสนามเงินจริงเป็นอย่างไรก็สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อรับความรู้ หรือความรู้สึกต่าง ๆ เข้ามาให้เต็มที่ ในยามที่ขาดทุนอย่าได้พยายามเอาคืนเด็ดขาด ให้พยายามหยุดตนเองให้ได้ แล้วกลับมาตั้งหลักกันใหม่เรียนรู้อย่างจริงจังด้วยระบบ demo ไปก่อนสักพักใหญ่ ๆ จนคุณได้ระบบเทรดของตัวเอง ก็ค่อยเริ่มเติมเงินในพอร์ตก็ยังไม่สายนี่นา

บางคนที่เทรดด้วยระบบ demo ก็มักจะ overtrade เพื่อต้องการเห็นเงินก้อนโต หรือกำไรมาก ๆ ให้พอขำ ๆ ไปวัน ๆ (ก็ไม่รู้จะหลอกตัวเองไปทำไม) นักเทรดต้องใช้ระบบ demo ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เรามาดูกันว่าจะซ้อมมือกันยังไงดี

  • เริ่มจากการตั้งโจทย์ขึ้นมาก่อนว่าเราจะเทรดด้วยวิธีไหน เช่น เทรดข่าว , เทรดด้วย EA , เทรดด้วยอินดิเคเตอร์ , เทรดด้วยกราฟเปล่า , เทรดด้วยการเช็คราคา ก็ให้เลือกมาสักอย่าง 
  • เริ่มบริหารจัดการการเงินหรือที่เราเรียกกันว่า MM นั่นแหละ 
  • เติมเงิน demo ก็ให้เติมให้เท่า ๆ กับที่เราคิดว่าเราจะลงทุนจริง ๆ 100$ 200$ หรือ 500$ ก็ว่ากันไป 
  • เปิด lot แรกเริ่มต้นที่ 0.01 , 0.03 , 0.05 ก็คำนวณไปตามเงินทุน โดยส่วนใหญ่แนะนำให้นำ 3,000 ไปหารเงินทุนจะได้ lot ที่เหมาะสม
  • การออก order จะออกตามสัญญาณไหน ก็ต้องมีวินัย ไม่เห็นสัญญาณชัดเจน เราจะไม่ออก order หรือจะไม่กด call หรือ put ใด ๆ ทั้งสิ้น นั่งมองอย่างเดียว
  • เมื่อเห็นสัญญาณก็ให้กดออด order ไปตามนั้น ถ้ากราฟวิ่งไปแล้วถูกทางเป็นอันว่าสัญญาณที่เฝ้ารอถูกต้อง
  • การปิดกำไร หากเป็น Binary option ที่ถูกกำหนดด้วยช่วงเวลาก็หายห่วงไม่ต้องลุ้นมากนัก และหากเป็น forex ก็อย่าได้โลภนั่งรอกำไรอีกนิด กำไรอีกหน่อย ได้พอสมควรแล้วก็ปิดได้เลย เป็นต้น

หากสัญญาณที่คุณพยายามฝึกฝน ให้แนวโน้มทำกำไรได้ ก็อย่าได้ชะล่าใจคิดว่านี่ละเจอแล้ว ให้คุณฝึกฝนต่อไปเรื่อย ๆ หากไม่รีบมาก ก็ 3 เดือน – 1 ปีเลยก็ได้ ไม่ได้ประชดหรือโอเวอร์อะไรนะครับ เพราะแต่ละช่วงเวลามันจะต้องผ่านข่าวดี ข่าวร้ายที่มากระทบกับค่าเงินโดยตรงอีกมาก ซึ่งเทคนิคต่าง ๆที่คุณเพียรพยายามฝึกฝนมา มันจะถูกทำลายลงทั้งหมดด้วยข่าวทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน 

ดังนั้นนอกจากการฝึกฝนวินัยและความโลภแล้ว ยังต้องแพรวพราวไปด้วยกลยุทธ์ของการแก้ไขพอร์ตในรูปแบบต่าง ๆ อีกด้วย อย่าลืม!! จดบันทึกการเทรดด้วยทุกครั้ง เพราะพรุ่งนี้คุณก็จะลืมเมื่อวานไปแล้วว่าเทรดอย่างไร ได้เพราะอะไร เสียเพราะอะไร แล้วกลับมานั่งอ่าน นั่งวิเคราะห์ดู บางทีคุณอาจจะพบว่า คุณทำผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ โดยยังไม่แก้ไข หรืออาจจะเจอจุดที่ทำกำไรได้อยู่ตลอด แต่คุณลืมมันไปแล้วนั่นเอง

คุณแค่เพียงจำลองเหตุการณ์ให้เหมือนจริง คุณก็จะได้สัมผัสกับความรู้สึกจริง ๆ ด้วยเช่นกัน เวลาขาดทุนอย่างน้อยเงินจริง ๆ ก็ยังอยู่ในกระเป๋าเรา แต่เวลากำไรก็ถือว่าได้ความรู้ติดตัวต่อยอดในวันข้างหน้าได้ด้วย

ระบบเทรดเทพ ทำกำไรไม่อั้น





ระบบเทรดเทพ ทำกำไรไม่อั้น ได้ยินแบบนี้แล้วแทบจะกระโจนเข้าไปขอใช้ทำกำไรสัก 200% กันเลยทีเดียว ไม่ใช่ประชดนะครับ แต่มีจริง ๆ และเทพแห่งตลาดเทรดค่าเงินหลาย ๆ คนเค้าก็สงวนไว้ใช้เอง หรือไม่ก็เปิดคอร์สอนแบบเงียบ ๆ ใครจะมาเจอคอร์สที่ประกาศไว้หรือไม่ก็ตามเค้าอาจจะไม่ได้ใส่ใจประเด็นตรงนี้มากนัก เพราะเทรดเองก็มีกำไรอยู่แล้ว แต่การเปิดคอร์สสอนก็เป็นการสร้างรายได้อีกทางเท่านั้นเอง คล้าย ๆ กับว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศและเป็นการให้ความรู้กับผู้อื่นจากประสบการณ์ตรงที่สั่งสมมาเป็นระยะเวลานานด้วย 

บอกเลยได้ไหม๊ ? ไม่ต้องเก็บเงินได้หรือเปล่า ? !! .. อยากให้เข้าใจกับคำว่า “นักลงทุน” เมื่อมองเห็นโอกาสสร้างรายได้ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องเก็บเงินค่าความรู้ ค่าประสบการณ์ ค่าเสียเวลากันบ้าง หากจะให้โฉ่งฉางแบบการระดมทุนก็สามารถทำได้ แต่นักลงทุนที่ดีเค้าก็จะไม่ค่อยทำกัน เพราะรู้ดีว่าตลาดแห่งนี้เต็มไปด้วยความเสี่ยง และนักเทรดหน้าใหม่มักหัวใจวัยรุ่นอยากรวยเร็ว ๆ แบบข้ามวันข้ามคืน ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นไปไม่ได้หากคุณยังขาดองค์ความรู้อย่างแท้จริงในการเทรดอยู่ เพราะวันนี้คุณทำกำไรได้ ไม่กี่วันหรอกคุณก็ขาดทุนอยู่ดี ดังนั้นการเก็บเงินค่าคอร์สก็ดูจะเป็นความเหมาะสม เพราะผู้สอนเองก็ต้องสละเวลาส่วนหนึ่งในการสอนและติดตามผลงานของลูกศิษย์ด้วยเช่นกัน และหากสอนคนจำนวนมากหรือเขียน E-book ขาย ก็ดูจะเป็นการสื่อสารทางเดียวมากจนเกินไป หากดูแลไม่ทั่วถึงก็เกิดความเสียหายแก่ผู้สอนได้อีก ซึ่งไม่คุ้มกันเลย

ระบบเทรดที่สุดยอด ที่นักเทรดต่างตามหาก็อยู่ตรงหน้าพอร์ตของคุณทุกวันอยู่แล้ว แต่ประสบการณ์ต่างหากที่ต่างกัน เรียกง่าย ๆ ว่าความเก๋าเกมส์นั่นแหละ เพราะเทรดเดอร์เก่ง ๆ หลายคน เทรดกราฟเปล่า หลายคนเทรดตามข่าว และหลายคนใช้อินดิเคเตอร์ EMA เพียง 2 เส้นเท่านั้น

ให้เข้าใจง่าย ๆ กันอีกหน่อยก็คือ นักเทรดถนัดการเทรดแนวไหน ให้ตอบตัวเองให้ได้ก่อน ใช้กรอบเวลาไหนแล้วทำกำไรได้มากที่สุด ในช่วงเวลา 1-3 เดือน (ไม่ใช่เพียง 1 สัปดาห์นะครับ) ก็หมั่นศึกษาในส่วนนั้นต่อไป ส่วนไหนที่ยังผิดพลาดก็ให้จดบันทึกเอาไว้และพยายามแก้ไขไปที่ละจุด หรือว่าถนัดการเทรดกราฟเปล่าเพียงแค่ดูแท่งเทียนก็สามารถทำกำไรได้แล้ว ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร เพราะนั่นคือระบบการเทรดของนักเทรดเอง เพราะหากเรามัวแต่ฟังบรรดาเหล่าเทพบรรยายสรรพคุณของระบบของเค้า แต่เราไม่เข้าใจ เราก็ไม่สามารถทำกำไรแบบเค้าได้หรอก แล้วพาลจะไปบอกว่าระบบของเค้าไม่เอาซะดื้อ ๆ 

หาระบบเทรดให้ตัวเองจะเป็นการดีที่สุด และระหว่างการเทรดหากจะต้องมีการเปิด order เพิ่มเพื่อแก้พอร์ต หรือ cut loss ออกไป นั่นก็คือแนวทางของคุณแล้ว ที่เหลือก็คือการอาศัยประสบการณ์เข้าร่วม เพราะเทรดเดอร์ที่มากประสบการณ์จะสามารถบอกคุณเพิ่มเติมได้ในส่วนที่คุณขาดหายไป หากความรู้ที่ได้รับมานำมาผสมผสานกับระบบเทรดของคุณแล้วลงตัวพอดี นั่นก็ยิ่งเพิ่มความขลังของระบบเข้าไปได้อีก และยิ่งจะเรียกความมั่นใจในการเทรดได้มากเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว แต่อย่าลืมกฎข้อสำคัญของการเทรด ซึ่งนั่นก็คือ “รักษาวินัย และไม่โลภ” ระบบนี้สุดยอดที่สุดแล้วครับ


Over Trade ตาดีได้ ตาร้ายเสีย




เป็นที่น่าแปลกใจอย่างหนึ่ง ผู้คนที่เข้ามาในตลาดเทรดค่าเงินใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น Binary Option หรือ Forex ส่วนใหญ่มักจะได้กำไรกันทั้งสิ้น (ขอใช้คำว่าส่วนใหญ่) จึงทำให้เค้าเหล่านั้นมันจะฮึกเฮิมและคิดว่าก็ไม่ได้ยากอย่างที่ใคร ๆ เค้าว่ากันนี่นา

แต่พอถามว่าใช้ระบบอะไรในการเข้าทำกำไร หมายถึง อินดิเคเตอร์ตัวไหน หรือดูกราฟเปล่า เค้ากลับไม่สามารถบอกเราได้เลย หรืออาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำไปว่าอินดิเคเตอร์คืออะไร เพราะเข้ามาด้วยคำว่าโชคช่วย หรือมีดวงทางด้านนี้เท่านั้น จึงไม่ให้ความสำคัญกับเทคนิคต่าง ๆ เท่าใดนัก และนั่นเองเป็นจุดเริ่มต้นของการ Over Trade นำพาไปสู่หายนะในอนาคตอันใกล้

สมมติว่ามี 100$ ในพอร์ต ออก order 0.03 แล้วโชคดีถูกทาง แต่เห็นว่าไหน ๆ เราก็ถูกทางแล้ว 0.03 ได้กำไรนิดเดียวเอง ยังไม่พอค่า internet เลย ไหนจะเสียเวลามาเฝ้าอีก เลยจัดหนักที่ order 5.0 ทันที พระเจ้าเข้าข้าง ถูกทางอีก กำไร 10$+ ... อัดเข้าไปอีก กำไร 20$+ ทีนี้แหละความลำพองเกิดขึ้นในใจทันที คิดว่าตัวเองมีความสามารถสูง ทำกำไรได้ง่ายเหลือเกิน ความกระหายกำไรเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ บางคนตื่นเต้นต้องประกาศให้ชาวโลกรู้ด้วยว่า “ฉันสามารถหาเงินได้ง่าย ๆ ไม่กี่นาทีมากกว่า 20$+ ต่อวัน” กันเลยทีเดียว

ลักษณะของเทรดเดอร์มือใหม่ จะเป็นอย่างไรบ้าง เรามาดูกัน
เฝ้าหน้าจอแทบจะตลอดเวลา ไม่ต่ำว่า 12+ ชั่วโมง หากเป็นตลาด Binary Option วันเสาร์ – อาทิตย์สามารถเทรดได้ ก็จะเฝ้าอยู่เช่นนั้น หรือหากเป็นตลาด Forex ที่ปิดวันเสาร์ – อาทิตย์ ก็ยังคงนั่งดูอยู่เช่นนั้น เพื่อที่จะเตรียมตัวเข้าตลาดอีกครั้งในวันจันทร์ บางคนตี 4 ก็เปิดพอร์ตมาดูกันเลย

พยายามหาแหล่งข้อมูล หรือเทรดเดอร์ที่เก่ง ๆ หรือกลุ่มที่พูดคุยเกี่ยวกับ forex หรือ Binary Option เพื่อเก็บข้อมูลให้มากที่สุด และนำมาปรับใช้กับการเทรดของตนเองต่อไป โดยใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันหมดไปกับข้อมูลเหล่านี้

ต้องการที่จะรู้วิธีการทำกำไรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือสิ่งใด ๆ ก็ตามที่มีความเกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาน้อยที่สุด แต่บอกตัวเองว่าต้องรู้ให้มากที่สุด

มองหาระบบเทพ ที่กูรูมักจะบอกว่า เค้าก็ใช้ระบบนี้ แต่คุณต้องผ่านเงื่อนไขบางอย่างก่อน จึงจะใช้ระบบนี้ได้ นักเทรดก็ใจอ่อนตามเค้าไปเพราะพอร์ตเค้าโชว์พอร์ตกำไรอยู่ตลอดเวลา

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตัวนักเทรดเองอาจเคยผ่านมาแล้วทั้งหมด หรืออาจจะมีประสบการณ์ยิ่งกว่านี้ก็อาจเป็นได้ ถามว่า อะไรเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักเทรด overtrade กันอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทั้ง ๆ ที่ก็รู้ดีว่าตลาดเทรดค่าเงินก็ยังอยู่ให้เราเข้ามาประลองฝีมือ และทำกำไรกันได้แทบจะทุกวันในบางตลาด คำตอบก็คือ “ความโลภ” นักเทรดยังไม่สามารถเอาชนะความโลภในใจได้ นั่นก็หมายถึงนักเทรดขาดวินัยในการเทรดอย่างรุนแรง 

หากนักเทรดตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำกำไรเพียงวันละ 2-3% หากสามารถทำได้แล้วจะหยุด ก็ขอให้หยุดได้ตามนั้น มิใช่ว่าขยับเป้าหมายออกไปเรื่อย ๆ เพราะนั่นหมายถึงว่าคุณมีความจำเป็นที่จะต้อง overtrade เข้าไปด้วย และอารมณ์ ณ ขณะนั้น หากผิดทางขึ้นมาแล้วละก็จะเรียกได้ว่าอาจจะกู่ไม่กลับกันเลยทีเดียว เพราะความอยากเอากำไร 2-3% นั่นคืนมา แต่ก็ทำได้ยากเสียแล้ว 

การมีวินัย เอาชนะความโลภได้ เป็นสิ่งสำคัญ 
การ overtrade หากไม่ชัวร์พอ ก็ไม่ต่างกับการพนัน ตาดีได้ ตาร้ายเสีย

Time Frames ที่ชอบกับการเทรดที่ใช่




คำว่า “ Time Frames “ หรือ “ กรอบเวลา “ ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่เทรดเดอร์ใช้ในการตัดสินใจเข้า order ซึ่งก็นำมาใช้กับทุก ๆ ตลาด ทั้ง forex option หรือหุ้น 

หากคุณมีความแม่นยำ ซึ่งต้องมั่นใจว่าได้ศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี และชอบทำกำไรด้วยความรวดเร็ว ก็อาจจะเลือก TF1 – TF30 (แต่ย้ำ!! ว่าคุณต้องแม่นในระดับสูง) แต่หากคุณต้องการดูเทรนด์ให้แน่นอนว่าทิศทางไปทางไหนก่อนที่จะเข้า order ก็ให้ดูจากกรอบเวลา Day เป็นหลักก่อน แล้วค่อยหาจังหวะเข้าใน TF เล็ก ๆ ต่อไป ก็จะทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่า ทิศทางเทรนด์ในวันนี้จะไปทางไหน จังหวะที่กราฟย่อตัวคุณก็จะไม่ตกใจจนเกินเหตุ ยกเว้นว่ามีข่าวแรง ๆ เข้ามาเป็นตัวกระตุ้นให้กราฟผิดทางไป ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน

เรามาดูกันสักนิดในเรื่องของ Time Frames ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1.การเทรดระยะยาวหรือที่เราอาจจะเรียกว่าการลงทุน ซึ่งระยะเวลานี้จะใช้ช่วงเวลาในการเข้า order น้อยครั้ง แต่ละครั้งใช้เวลานานมากกว่าจะปิด order ซึ่งอาจะหมายถึงมากกว่า 1 สัปดาห์ 1 หากเป็นตลาดหุ้นก็ถือกันเป็นปีเลยก็ได้ 

จุดเข้า order ของคนกลุ่มนี้จะมีความแม่นยำค่อนข้างสูง เพราะผ่านการเฝ้ารอมาเป็นเวลานาน คือหากไม่เห็นสัญญาณก็จะไม่เข้า order เด็ดขาด ดังนั้นในระหว่างวันเค้าเหล่านี้ก็จะไม่ค่อยสนใจมากนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะมีการย่อตัวของกราฟเกิดขึ้น และเค้าได้ money management เอาไว้เรียบร้อยแล้ว และหากทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ cutloss ออกไป เริ่มต้นใหม่ได้เช่นกัน

การเข้า order ส่วนใหญ่จะเข้าในจังหวะที่กราฟเป็นเทรนด์ เมื่อมีกำไรก็อาจจะยังไม่ปิด order เพราะเห็นแล้วว่ากราฟจะไปต่อไปอีก แต่จังหวะที่กราฟย่อตัวลงมา ก็จะเปิด order ซื้อเข้าไปอีก เพราะหวังทำกำไรไปจนเกือบสิ้นสุดเทรนด์ จึงทำให้คนกลุ่มนี้สร้างกำไรได้มากอย่างน่าอัศจรรย์ 

แต่..ช้าก่อน ไม่ได้เทรดกันได้ง่าย ๆ เลย ณ จุด ๆ นี้ เพราะกว่าจะดูเทรนด์ออก กว่ากราฟจะเป็นเทรนด์ พวกเค้าต้องอดทนเฝ้ารอมาอย่างยาวนาน แต่หากทำสำเร็จก็ถือว่าเป็นจุดทำกำไรที่ดีงามทีเดียว

2.Swing Trading ระยะนี้เป็นระยะกลาง ๆ อาจจะถือ order ไว้มากกว่า 1 วัน แต่จะไม่ถือข้ามสัปดาห์เพราะเป็นห่วงในเรื่องของ gab ของการเปิดตลาดในวันจันทร์ที่เอาแน่นอนไม่ได้ หากถูกทางก็ถือว่าโชคดีมีกำไร หากผิดทางแล้วเงินในพอร์ตมีไม่พอ ก็อาจทำให้ล้างพอร์ตเอาดื้อ ๆ ได้เลย อีกอย่างบางคนเตรียมความพร้อมโดยการตั้ง stop loss ไว้ แต่พอเกิด gab ข้ามเส้น stop loss ไป ทำให้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย (ส่วนนี้เกิดขึ้นกับตลาด forex เป็นส่วนใหญ่ เพราะตลาดปิดเสาร์ – อาทิตย์) 

เทรดเดอร์กลุ่มนี้จะสามารถเปิด order ได้บ่อยครั้ง มากกว่ากลุ่มแรก กรอบเวลาที่ใช้ก็จะขยับมาเป็น H1-H4 แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูเทรนด์ Day ก่อนที่จะเปิด order ด้วยเช่นกัน การปิด order ก็จะปิดเร็วขึ้นกว่าด้วย หากเค้าเห็นว่ามีกำไรพอสมควรแล้วก็จะปิดทันที แล้วหาจังหวะเข้าทำกำไรใหม่ ซึ่งข้อดีคือพวกเค้าจะสามารถควบคุมความเสี่ยงได้อย่างรัดกุมมากขึ้น แต่ก็อาจจะทำให้พลาดแนวโน้มครั้งใหญ่ไปได้เหมือนกัน

3.Day Trading เป็นของชอบสำหรับนักเทรดรุ่นใหม่ พวกเขามักใช้กรอบเวลาเล็ก ๆ ในการเทรด วัดกันเป็นรายนาที หรือชั่วโมงเลยทีเดียว แต่นักเทรดรุ่นเก๋าก็ใช้ร่วมด้วยเช่นกันเพราะมีความชำนาญในการดูราคามาเป็นเวลานาน เค้าจะมองออกว่า หากราคาขึ้นไปถึงตัวเลขนี้ จะย่อลงมาก่อนแล้วจะเด้งขึ้นไปอีกที เค้าก็จะหาจังหวะเข้าซื้อในช่วงที่กราฟย่อเพื่อทำกำไรในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้

นักเทรดกลุ่มนี้จะสามารถสร้างกำไรได้พอสมควรไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป และอยู่ในกรอบของคำว่า “ต้องไม่ overtrade” ด้วย หากเกิดการขาดทุนขึ้นมาก็ไม่เสียหายมากเท่าไร ความเสี่ยงจากการถือสถานะไว้ข้ามคืนก็ไม่มีด้วยเช่นกัน ก็เป็นการเทรดจบเวลาอันรวดเร็ว

จะเห็นได้ว่า ในแต่ละกรอบเวลามีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป หากเทรดเดอร์พิจารณาแล้วว่าต้องการเทรดทุกช่วงเวลา เพื่อทดสอบความสามารถหรือเหตุผลใดก็ตาม ก็ควรแยกพอร์ตออกไปให้ชัดเจน เพื่อจะได้ประเมิณตนเองได้ดีกว่าที่จะนำทั้ง 3 กรอบเวลามารวมกัน จะทำให้สรุปผลยากมากขึ้น

money management





การจัดการการเงิน นักเทรดรุ่นพี่หรือนักเทรดที่อยู่ในตลาด Binary Option หรือตลาด Forex มาสักระยะหนึ่ง จะพยายามบอกนักเทรดรุ่นใหม่อยู่เสมอว่า money management เป็นสิ่งสำคัญมากที่ควรให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น ๆ เพราะมีการพูดถึงเรื่อง “กำไร” กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นักเทรดรุ่นใหม่คิดว่าทำเงินได้ง่าย ๆ จึงทำให้คนทั่วไปคิดว่า money management ไม่ค่อยสำคัญ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมีความสำคัญมากกว่าการใช้ระบบเทพ ๆ ด้วยซ้ำไป 

เข้าใจว่า ทุกคนต้องการมีรายได้ อยากรวยเร็ว ๆ แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังเดินอยู่บนความเสี่ยงแต่ก็ยังยอม คุณรู้หรือไม่ว่า คุณตกม้าตายตั้งแต่เริ่มแล้ว หากคุณนำเงินพ่อแม่มาใช้ในการเทรด หรือนำเงินค่าบ้าน ค่ารถ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาใช้คุณก็แพ้แล้วหละ เพราะคุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าการลงทุนครั้งนี้มันจะทำ “กำไร” หรือ “ขาดทุน” ให้กับคุณ และใจคุณไม่นิ่งพอที่จะรับผลขาดทุนได้เลยด้วยซ้ำไป ความคาดหวังที่คุณหมายมั่นปั่นมือมาก ๆ ว่าจะต้องได้กำไรอย่างแน่นอนกลับเข้ามาบดบังอันตรายไปซะหมด 

ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครบอกคุณได้ สิ่งที่จะช่วยคุณได้บ้างก็คือ การเทรดไปตามระบบที่คุณได้ศึกษามาแล้วเป็นอย่างดี และยอมรับให้ได้ว่าไม่มีระบบที่ไหน 100% หากขาดทุน คุณจะสามารถยอมรับมันได้ และพร้อมลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง เพราะเงินทุนคุณยังพอมีให้พัฒนาทักษะในการเทรดได้ต่อไป

คุณจะรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวทันทีที่คุณลงมือเทรด แล้วผลไม่เป็นไปตามที่คุณคาดคิด เพราะเจ้าเงินร้อนนี่แหละ เป็นสาเหตุหนึ่งที่เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าทำไมตลาดถึงอยู่ได้ และมีนักเทรดเพียง 10% เท่านั้นที่ยังทำกำไรได้เรื่อยๆ เพราะนักเทรดเงินร้อนนำเงินทุนมาละลายกับตลาด ตลาดก็นำเงินร้อนเหล่านั้นไปจ่ายให้กับนักเทรดเงินเย็น เท่านั่นเอง เป็นไงกันบ้างหละแบบนี้แล้วยังอยากรวยเร็วกันอยู่อีกหรือไม่

แต่อย่าได้กังวลมากเกินไป ทุกตลาดและทุกโบรคเกอร์ แม้แต่ ตลาด Binary Option หรือ ตลาด Forex เอง ก็มีระบบ demo ให้คุณได้ทดลองก่อน คุณสามารถทดสอบได้จนกว่าคุณจะมั่นใจ หลาย ๆ คนมักจะบอกว่าเทรดเงินจริงไปเลย เงินจริงกับเงินปลอมให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน คุณอาจจะทำกำไรกับ demo ได้อย่างมากมาย แต่พอมาลงเงินจริงกลับขาดทุนสบั้นหั่นแหลก

ผู้เขียนขอเห็นต่างสักนิด ที่เลือกทดสอบตลาดก่อนด้วย demo เพราะมันเป็นการฝึกวินัย ฝึกการใช้ระบบ ฝึกการใช้อินดิเคเตอร์ และที่สำคัญฝึกการวางแผนในการเทรด เราต้องคิดเสมอว่านี่คือเงินจริงไม่ใช่เงินปลอม แล้วเข้าเทรดไปตามสัญญาณนั้น จากนั้นก็จดทุกครั้งหลังจบการเทรด ว่าเรากำไรหรือขาดทุน แล้วหัดวิเคราะห์ตามด้วยว่าผลที่ได้มานั้นเรายังขาดทักษะด้านใดไปบ้าง ทำเช่นนี้เป็นประจำต่อเนื่อง แล้วกำหนดเวลาไว้เลยว่าเราจะทดสอบกี่เดือน จึงจะลงสนามจริง

ยังไม่ต้องรีบรวย รีบจน พัฒนาตนเองให้มีทักษะในการเทรดให้ได้ก่อน หากผลการใช้ระบบที่เราสร้างไว้เป็นที่น่าพอใจ รวมถึงการจัดการการเงินที่ลงตัว จะลงสนามเมื่อไรก็สุดแล้วแต่นักเทรดเลยก็แล้วกัน

รู้จัก Indicator ตัวช่วยในการเทรด




นอกจากอินดิเคเตอร์แล้วก็ยังมีตัวกราฟแท่งเทียน และเส้นเทรนไลน์อีกที่เราต้องค่อย ๆ เรียนรู้เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเทรดด้วยเช่นกัน

เรามาเจาะในเรื่องของ Indicator กันก่อน เพราะมีนักเทรดจำนวนไม่น้อยที่ใช้เพียง indicator ไม่กี่ตัวก็สามารถทำกำไรในตลาด Binary Option และ ตลาด Forex ได้ และยังทำให้พวกเขายืนระยะการเทรดแบบยาว ๆ กันได้เลย คืออะไร ยืนระยะการเทรดแบยาว ๆ ก็คือการสามารถอยู่ในตลาดเทรดค่าเงินแห่งนี้ได้เรื่อย ๆ มองเห็นว่าสามารถทำกำไรได้ไม่ยากเกินไป เพราะพวกเขามี indicator ที่พวกเขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการทดสอบมาครั้งแล้วครั้งเล่า อาจจะมีบ้างที่ต้องพบกับการขาดทุน แต่ว่าสถิติการทำกำไรกลับมากกว่าจนน่าพอใจ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เลือกใช้มัน จริงไหม๊?

Indicator เป็นเครื่องมือทางด้านสถิติและคณิตศาสตร์ ที่มาช่วยพยากรณ์ทิศทางของราคาไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงและก็ยังเป็นตัวให้สัญญาณยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น มันจะส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าหากราคาหุ้นทะลุแนวต้านไปแล้วให้เราเข้าออเดอร์ขาย และหากราคาหุ้นทะลุแนวรับจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าให้เราเข้าออเดอร์ซื้อ เป็นต้น อินดิเคเตอร์สามารถนำมาเป็นตัวบอกสัญญาณและคาดการณ์ราคาของหุ้นในอนาคตได้ด้วย

Indicator บางตัวจะช่วยนักเทรดในการชี้ทิศทางของตลาด โดยสถิติที่ได้มานั้นก็จะเอาจิตวิทยาการเล่นหุ้นของนักลงทุนทั้งตลาดมาประเมินร่วมกับ indicator นั้นๆด้วย เพราะพฤติกรรมต่างๆของราคาปกติแล้วจะเกิดขึ้นช้าไม่ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ และก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ เช่น ข่าวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ว่าจะเป็นด้านดี หรือด้านร้าย ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ indicator เหล่านี้ ส่งสัญญาณออกมาไปตามความผิดปกตินั้นได้ด้วยเช่นกัน

“อินดิเคเตอร์” ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ การใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป และในแต่ละตัวมีความแม่นยำต่างกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อเราตัดสินใจเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดก็ตามมาเป็นเครื่องมือนำทาง เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกับมันก่อนที่จะนำมาใช้ ที่บอกว่ามีความแม่นยำก็ต้องรู้ว่าแม่นยำในจุดใด ส่งสัญญาณมาแบบไหน เราจึงเข้าออเดอร์ตาม

หากคุณเลือกใช้ Indicator เพียงเพราะคนอื่นใช้แล้วเขาสามารถทำกำไรได้มากมาย คุณก็กระโดดเข้าไปร่วมวงด้วย และคุณพบว่าคุณไม่สามารถทำกำไรจากมันได้เลย ยิ่งเทรด ยิ่งใช้มัน ยิ่งสับสน จิตใจที่เคยนิ่ง ๆ ก็กลับกระวนกระวาย เพราะคิดว่ามันจะพาคุณไปทำกำไร แต่ท้ายที่สุดกลับพบกับการขาดทุนที่คาดไม่ถึง นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ทำความเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร มันให้สัญญาณเร็วหรือมันให้สัญญาณช้ามากน้อยขนาดไหน คุณถึงเข้าออเดอร์ได้ 

มาถึงตรงนี้แล้ว มันไม่สำคัญว่าคุณใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหน หรือไม่ใช่มันเลย แต่สำคัญว่าเครื่องมือนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ บางคนชอบความรวดเร็ว ชอบเทรดบ่อย ๆ ก็ใช้ตัวที่ให้สัญญาณเร็ว เช่น Oscillator แต่หากบางคนสามารถรอสัญญาณที่ช้า แต่มีความแม่ยำสูง ก็อาจจะเลือกใช้ EMA ก็ได้ เมื่อคุณเลือกที่จะใช้ Indicator ตัวใดแล้วก็ตามคุณต้องระลึกไว้เสมอว่าอินดิเคเตอร์ชุดนี้จะเป็นตัวชี้นำและเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการตัดสินใจต่อการลงทุนของคุณ 

เทรดค่าเงิน 2 ทางกับ Binary Option





อย่างที่เคยได้เกริ่นเอาไว้เสน่ห์ของ Binary Option ก็คือ เราสามารถเทรดหุ้นได้ 2 ทาง หมายถึงหากเราคิดว่าราคากำลังจะขึ้นเราก็เลือกที่จะซื้อได้ แต่หากเราคิดว่าราคากำลังจะลงเราก็สามารถสั่งขายได้ด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่านักเทรดสามารถทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง มอง ๆ ดูแล้วสามารถสร้างรายได้ได้ไม่ยากเลยใช่ไหม๊ แต่ขอย้ำว่าการที่เราสร้างกำไรได้ทั้งสองทางอาจฟังดูแล้วเป็นสิ่งที่นักเทรด นักเก็งกำไร หรือแม้แต่นักพนันก็ถวิลหาและต้องการที่จะเข้ามาเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น แต่การสร้างกำไรได้อย่างรวดเร็วก็ขอย้ำอีกครั้งหนึ่งละกันว่าคุณก็สามารถขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน

ไบนารี่ออฟชั่น เป็นการลงทุนชนิดหนึ่งที่พูดได้ว่าเป็นการใช้เงินลงทุนที่ต่ำ เพียงเริ่มต้น 10$ ก็สามารถเริ่มเทรดกันได้เลย มากไปกว่านั้นคือให้ผลตอบแทนที่สูงไม่จำกัด คิดง่ายๆว่าสามารถเทรดได้ทุกวันและหากคุณสามารถทำกำไรได้ทุกวัน ใน 1 เดือนคุณจะสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลภายใต้เงื่อนไขที่ว่า คุณสามารถควบคุมความเสี่ยงและขอบเขตการทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ยิ่งหากคุณมีความเข้าใจในการเทรดไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟหรือการเลือกใช้อินดิเคเตอร์ใดๆก็ตาม จะทำให้คุณสามารถคาดการณ์ทิศทางการเทรดล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำเลยทีเดียว 

คุณเคยได้ยินคำว่าจิตวิทยาการเทรดหุ้นบ้างหรือเปล่า Binary Option ที่สามารถเทรดได้ทั้ง 2 ทางเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้แมลงเม่าทั้งหลายกระโจนเข้ามากันอย่างมากมาย หลายคนเข้ามาเพียงคิดแค่ว่าทำเงินได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความหวังในการทำกำไรโดยลืมคิดไปว่าหากขาดทุนขึ้นมาเราจะสามารถรับมันได้มากน้อยแค่ไหน 

นักเทรดที่อยู่ในตลาดนี้มาเป็นเวลานาน นอกจะจากจะรู้ดีว่าการทำกำไรได้ง่าย ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ ทั้ง 2 ทางของ Binary Option นอกจากจะเย้ายวนจิตใจแล้ว แต่พวกเขาก็รู้ว่าผลของการขาดทุนกระทบจิตใจมากแค่ไหนด้วยเช่นกัน แต่พวกเขาสามารถระงับยับยั้งความผิดหวังจากการเทรดผิดพลาดได้โดยไม่ติดโพยตีพาย ไม่แสดงอาการเสียใจใดๆทั้งสิ้น เมื่อรู้ตัวว่าแพ้พวกเขาก็พร้อมที่จะหยุดมันทันที เพื่อทำสมาธิใหม่ปรับจูนสมองและจิตใจใหม่เพื่อให้ร่างกายและจิตใจมีความพร้อมที่จะเทรดต่อไปอีกครั้ง

การเทรดไบนารี่ออฟชั่นได้ทั้ง 2 ทางแบบง่ายๆ ก็เหมือนดาบ 2 คมดีๆนี่เอง นักเทรดไม่ควรหลงระเริงกับความง่ายจนลืมไปว่า ความยากมันมีมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นยากกว่าการขาดทุนคือการจะทำอย่างไรให้ตัวนักเทรดเองสามารถยอมรับผลการขาดทุนได้ โดยพร้อมที่จะปรับปรุงระบบการเทรดใหม่ มิใช่คิดเพียงแต่ว่า “ตานี้ฉันแพ้ ตาหน้าฉันจะเอาคืน” หากคิดแบบนี้แล้ว ห่วงว่าจะเป็นตลาดมากกว่าที่จะเอาคืนนักเทรด อย่าให้ความโลภความโมโหเข้ามาครอบงำ จนทำให้เรากลายเป็นนักพนันในตลาดนี้ไปในที่สุด 

เทรดเดอร์ นักพนันมืออาชีพ นักพนักมือสมัครเล่น





เรามาดูกันว่านักเทรดผสมนักพนันเค้ามีการเตรียมความพร้อมในการเทรดแต่ละวันยังไงกัน

ที่ต้องบอกว่าแต่ละวันก็คือ พวกเขาจะติดใจกับการหาเงินในลักษณะแบบนี้ทุกวัน หากไม่เทรดค่าเงินพวกเขาก็ไปหาสิ่งอื่น ๆ ทำกันอยู่ดี และคงไม่ต้องพูดกันถึง “ความเสี่ยง” เพราะพวกเขาล้วนแล้วแต่เข้าใจเป็นอย่างดี ว่าความเสี่ยงในแต่ละวันเป็นอย่างไร

นักเทรดที่ยอมรับว่าตนเองเสมือนนักพนัน เขาเหล่านี้จะมีความได้เปรียบมากกว่าผู้ที่ไม่ยอมรับว่าตนเองคือนักพนัน เพราะว่าพวกเขาเข้ามาเทรดด้วยความรู้ในระดับหนึ่ง ไม่ได้กระโจนเข้ามาด้วยความไม่รู้อะไรเลยและที่สำคัญนักเทรดจำพวกนี้จะค่อนข้างรู้ตัวเอง พวกเขาจะนำเงินเข้าไปเทรดในจังหวะที่เขามั่นใจว่าจะทำเงินให้เขาได้ในเวลาอันรวดเร็ว และพร้อมที่จะเลิกเทรดทันทีที่เขาทำกำไรได้แล้วในวันนั้น แล้วในวันถัดไปพวกเขาก็จะกลับเข้ามาเทรดใหม่ในจังหวะเดิม ๆ อีกครั้ง

ถึงแม้ว่าจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของนักเทรดผสมกับนักพนันก็ตาม ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก ในเมื่อเขาสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องการพุดถึงเรื่องระบบเทพอะไรมากนัก อินดิเคเตอร์อาจจะใช้เพียงเส้น EMA 2 เส้นตัดกัน ก็เข้าทำกำไรได้เลย ฟังดูแล้วง่ายเหลือเกิน แต่เปล่าหรอกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพียงแต่จะชี้ให้เห็นว่าจุดมุ่งหมายของการเทรดของแต่ละคนอยู่ที่เดียวกันก็คือ “กำไร” แต่วิธีการทำกำไรต่างหากที่ต่างกัน 

บางคนเรียกตัวเองอย่างสวยหรูว่าเทรดเดอร์ แต่วิธีการเทรดก็ดูไม่ต่างจากนักพนันเลย นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ในขณะที่เจอกับผลขาดทุน ประหนึ่งว่ารับไม่ได้และต้องการที่จะเอาคืน เทรดไปเทรดมากลับกลายเป็นล้างพอร์ตเอาซะดื้อ ๆ เรียกว่าไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว แบบนี้ต้องเปลี่ยนจากเทรดเดอร์ มาเป็นนักพนันมือสมัครเล่นกันซะแล้ว

ถ้างั้นมาดูกันสักหน่อยว่านักพนันมือสมัครเล่น มีลักษณะเป็นอย่างไร
ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ หวังจะทำกำไรอย่างเดียว
ไม่บริหารการเงิน วางเงินมากเกินความจำเป็น พอขาดทุนมีอาการรับไม่ได้
รู้ทั้งรู้ว่าความเสี่ยงเป็นอย่างไร แต่ก็ยังไม่วายที่จะนำตนเองไปยืนอยู่บนความเสี่ยงเกินจำเป็น
เข้ามาเทรดเพราะคิดว่าต้อง “กำไร” เท่านั้น หาก “ขาดทุน” จะรู้สึกไม่ยอมแพ้
คิดหวังเพียงกำไรที่มากถึงมากที่สุด แต่ขาดการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เมื่อพบกับความผิดพลาดจะไม่ค่อยยอมรับว่าตนเองผิด แต่จะโทษระบบหรือสิ่งอื่น ๆ เรื่อยไป
มักจะถูกกำหนดการเทรดด้วยตลาดเสมอ เพราะตนเองไม่มีระบบการเทรด จึงทำให้ตกอยู่ในวังวนของการ “ขาดทุน” อยู่ร่ำไป

จะเห็นได้ว่า ทั้งเทรดเดอร์ นักพนันมืออาชีพ และนักพนักมือสมัครเล่น มีความแตกต่างกันอยู่มากเหมือนกัน ไม่ว่าคุณจะถูกจัดให้อยู่ในประเภทไหน คุณจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือจิตใจของคุณเอง การวางแผนอย่างเป็นระบบ และการยอมรับว่าเราแพ้ และพัฒนาตนเองต่อไป สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้คุณอยู่รอดในตลาด Binary Option หรือตลาดเทรดค่าเงินทุกที่ได้ แม้กระทั่งตลาด forex ด้วยเช่นกัน


จะเอาชนะตลาดได้อย่างไรดี





3m  Successful Tranding 1.Mind 2.Method 3.Money 

3 อย่างนี้น่าจะเคยผ่านหูผ่านตานักเทรดมาบ้าง เรามาดูกันก่อนว่าในส่วนนี้มีความหมายว่าอย่างไร และเราควรบริหารหรือใช้อย่างไรให้เหมาะสมกับจริตการเทรดของเรา 

สิ่งที่นักเทรดทุกคนต้องการก็คือ “กำไร” และ “ชนะตลาด” นั่นเอง

1.Mind 
คือจิตวิทยาการเทรด ภายใต้ความโลภและความกลัว นักเทรดควรมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ระบบความคิดของเราต้องถูกจัดการมาแล้วอย่างเป็นระบบระเบียบ และต้องไม่ให้จิตวิทยามวลชลใด ๆ มาเป็นตัวทำลายกลยุทธ์ของเราลงไปได้ นักเทรดต้องสามารถควบคุมความโลภและความกลัวในตัวเองให้ได้บางครั้งนักเทรดอาจจะมีความคิดที่สวนทางกับคนส่วนใหญ่ แต่เราก็ต้องมั่นใจและหนักแน่นเข้าไว้ หากเราคิดว่าความคิดของเราถูกต้องก็อย่าให้คนส่วนใหญ่ทำให้สิ่งที่เราคิดไว้ต้องล้มลงกลางทาง ที่สำคัญผลที่ได้มันจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็จงยอมรับมันและนำมาพัฒนาต่อไป

2.Method 
คือวิธีการหรือกระบวนการในการวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค ซึ่งจริงๆแล้วจะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งในหลายๆ ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความสำเร็จได้ด้วยเช่นกัน

3.Money
คือการจัดการทางการเงินเพื่อให้ผลตอบแทนที่คาดไว้คุ้มกับความเสี่ยงของเงินที่นำมาลงทุน เงินทุนนั้นจะต้องไม่เป็นเงินที่หยิบยืมหรือเป็นหนี้สินมาเพื่อที่จะลงทุน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าควรเป็นเงินออม และก็ไม่ใช่เงินออมที่มีทั้งหมด ต้องทำใจยอมรับให้ได้ว่า คุณยอมที่จะเสียมันไปได้หากเกิดขาดทุน เพื่อแลกกับประสบการณ์ ซึ่งหมายความว่าคุณอาจจะตอบตัวเองได้ว่าคุณเหมาะกับตลาดที่มีความเสี่ยงสูงหรือเปล่าด้วย

นักลงทุนต้องระลึกไว้เสมอว่าการลงทุนแต่ละประเภทมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เมื่อเราเลือกลงทุนด้วยวิธีใดแล้วก็ตามก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้วย นั่นคือ

Hight Risk >> Hight return
Low Risk >> Low return

ความหมายเป็นไปตามข้อความสั้น ๆ ข้างต้น สิ่งที่ควรย้ำตัวเองอยู่เสมอนั่นคือ Low Risk >> Hight return ในรูปแบบของการเทรดนั้น มันไม่มีความเป็นไปได้เลย

เมื่อนักเทรดเข้าใจ 3 ประเด็นข้างต้นแล้ว ก็ค่อย ๆ กลับมาบริหารจัดการตนเองไปทีละอย่าง การเข้าใจระบบการเทรดที่ตนเองสร้างขึ้นมาจะเป็นตัวการสำคัญในการทำกำไร ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราเก่ง จึงมั่นใจว่า “ชนะ” แน่นอน แต่คือเราสามารถเอาชนะใจตัวเองได้ สามารถเทรดไปตามระบบได้ ไม่ได้เทรดไปตามมวลมหาประชาชน แต่หากเห็นตรงกันในครั้งนั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับนักเทรดได้มากขึ้น

เรื่องสำคัญที่ต้องย้ำกันอีกครั้งคือ การบริหารจัดการการเงิน นอกเหนือจากการใช้เงินออมในการลงทุนแล้ว นักเทรดที่ดีต้องบริหารการเทรดให้มีผลกำไรให้จงได้ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการศึกษา ทดลองเทรด และวิเคราะห์ด้วยทุกครั้ง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเข้าเทรดเพราะอะไร มีสัญญาณอะไรบ่งบอก หรือเรายังไม่เทรดเพราะอะไร และหากผิดพลาดก็ต้องหาคำตอบให้ได้ด้วยว่าครั้งที่ผิดพลาดเป็นเพราะอะไร หากผิดพลาดแล้ว นักเทรด “หยุดเทรด” เป็นหรือไม่ หรือจะเอาคืนตลาดอย่างเดียว 

โปรดระลึกไว้เสมอว่า ก่อนที่จะเอาชนะตลาดได้นั้น เอาชนะใจตัวเองให้ได้ก่อน จะดีที่สุด

เครื่องมือที่นำมาเป็นตัวช่วยในการเทรด





การเทรดหุ้น หรือการเทรดค่าเงิน เป็นศาสตร์อย่างนึงที่จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ ส่วนใหญ่จะพูดถึง "อินดิเคเตอร์" ต่าง ๆ ที่มีมากมายมากกว่า 10 ตัว ต่างคนก็ต่างนำมาใช้ตามความถนัด แต่อีกมุมหนึ่งนักเทรดบางคนอาจจะบอกว่าไม่ได้ช่วยอะไรในการเทรดมากขนาดนั้น สู้ดูกราฟแท่งเทียนเปล่า ๆ ไม่ได้ เพราะอินดิเคเตอร์อย่างไรแล้วก็วิ่งตามราคาอยู่ดี เป็นต้น

ในส่วนนี้ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวอะไร ไม่ต้องถกเถียงกันให้เสียเวลาไม่ได้มีประโยชน์หรือสาระสำคัญอะไร อยู่ที่ความเข้าใจและความพอใจของนักเทรดมากกว่า เพราะหลาย ๆ ครั้งที่นักเทรดคิดว่าเราเข้าใจในกราฟเปล่าแล้วจะใช้ระบบนี้ แต่พอได้ยินมาว่ามีระบบอินดิเคเตอร์เทพมาก สามารถทำกำไรได้ทุกตา เทรด 10 ตา ชนะ 10 ตา กำไรเน้น ๆ ก็ทำให้เรากระโดดเข้าไปร่วมวงด้วยแบบไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ อาจจะกลายเป็นเทรด 10 ตา ชนะ 2 แพ้ 8 ก็อาจเป็นได้ บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรแน่นอนในตลาดนี้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟเปล่าหรือการนำเส้นอินดิเคเตอร์มาใช้ ทั้งหมดนี้ได้มีการศึกษาวิเคราะห์มาแล้วทั้งสิ้นว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ดังนั้นหากนักเทรดจะนำเครื่องมือใดๆมาใช้ ก็ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าเข้ากันกับจริตนักเทรดหรือไม่ อย่างไร เพราะเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ให้ถูกต้องเท่านั้นเอง

การนำมาใช้ก็ต้องนำมาใช้ให้ถูกต้องกับบริบทของการเทรดด้วย indicator บางตัวเป็นตัวที่ให้สัญญาณช้า บางตัวให้สัญญาณเร็ว ก็ต้องถามใจนักเทรดก่อนว่าคุณชอบหรือเหมาะกับเครื่องมือแบบใดกันแน่ เพราะนักเทรดต้องให้เครื่องมือนั้นนำทางในการเทรดต่อไปเรื่อย ๆ จนตลอดรอดฝั่ง และอย่าลืมว่าเครื่องมือนี้จะมาเป็นตัวบังคับการเทรดของเราและช่วยเราในการตัดสินใจ ทันทีที่มันบอกสัญญาณ คุณก็ต้องเข้าออเดอร์ไปตามนั้น และคอยจับสังเกตว่าสัญญาณที่ส่งมาถูกต้องหรือไม่ สิ่งสำคัญอย่าตัดสินใจว่าสัญญาณถูกหรือผิดเพียงคุณนำมาใช้ไม่กี่ครั้ง เพราะคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ผิดกี่ครั้งและผิดเพราะอะไร เครื่องมือให้สัญญาณผิดหรือเป็นเพราะคุณเองที่ไม่ได้เข้าตามสัญญาณ ก็ให้จดเอาไว้ทุกครั้งและนำมาตัดสินใจอย่างเป็นระบบต่อไป

นักเทรดจำเป็นต้องระลึกอยู่เสมอว่าเครื่องมือที่นำมาใช้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณออกคำสั่งไปแล้ว นั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่มีทางเปลี่ยนมันได้อีก นั่งลุ้นด้วยใจระทึก นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เครื่องมือเหล่านี้มันมีพลังในตัวของมันเอง เพราะมันเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะกำไรหรือขาดทุน

3 สิ่งสำคัญเบื้องต้นที่จะทำให้คุณเป็นนักเทรดคุณภาพ





ไบนารี่ออฟชั่น เป็นอีกตลาดหนึ่งในการหาเงินเข้ากระเป๋าของเราได้ไม่ยากแต่ก็ไม่ได้ง่ายที่คิด แต่เราต้องมาปรับทัศนคติในการเทรดกันก่อน ว่าเราจะไม่เป็นนักพนันที่เข้ามามาเสี่ยง (เผื่อฟลุ๊ค) เท่านั้น แต่เราต้องบอกตัวเองว่าเราจะเป็น “นักเทรดคุณภาพ” เราจะเทรดเก่งในแบบที่เราเป็น เราจะสามารถออกแบบระบบการเทรดที่สุดยอดสำหรับตัวเราได้ 

มาดูการฝึกฝนตนเองเบื้องต้นง่าย ๆ กันก่อน แล้วเราจะตอบตัวเองได้ว่า “นักเทรดคุณภาพ” มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

1.อ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับการเทรดหุ้น การเทรดค่าเงิน
คุณอาจจะต้องมีผู้ช่วยในการทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเทรดค่เงินก่อนเป็นอันดับแรก และไม่ว่าคุณจะเลือกใช้หนังสือเล่มไหน ผู้เขียนเป็นใครก็ตาม เลือกได้เลย ในส่วนนี้ไม่มีข้อจำกัด เพราะใจความสำคัญของแต่ละเล่มไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ขึ้นอยู่กับลีลาของผู้เขียนมากกว่า เอาเป็นว่าหนังสือเล่มไหนที่คุณเปิดอ่านแล้วมีความรู้สึกว่าอ่านง่ายให้สาระ ให้ข้อคิด ให้แนวทางกับคุณได้ ก็เอาเล่มนั้นเลย 

แหล่งความรู้ไม่ได้มีเพียงแต่หนังสือเท่านั้น ระบบออนไลน์ช่วยคุณได้เยอะอยู่แล้วในปัจจุบัน ที่สำคัญคุณอย่าได้ไปเที่ยวฝากความหวังของคุณไว้กับใครคนใดคนหนึ่งมากจนเกินไป เพราะไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด และไม่เคยแพ้จากการเทรด คุณเองก็เช่นกัน จะแพ้ก็ดี จะชนะก็ดี ขอให้เรารู้ว่ามันเกิดจากสาเหตุใด เพียงเท่านี้มันคือชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว สำหรับการเริ่มต้น

2.ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ
เนื่องจากไบนารี่ออฟชั่นเป็นการเทรดค่าเงิน ดังนั้นข่าวทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อค่าเงินโดยตรง ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่มีการวิเคราะห์ค่าเงิน หรือข่าวในแต่ละวันออกมาให้เราให้ติดตามมากมาย เช่น forexfactory ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในหมู่นักเทรดว่ามีความแม่นยำสูง เพราะนักเทรดจะต้องกำหนดทิศทางในการเทรดนาทีนั้น ๆ ให้ถูกต้องมากที่สุด เพื่อเก็บผลกำไรต่อไป ไม่เพียงเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและสังคมภายในประเทศและต่างประเทศด้วยที่เข้ามีผลกระทบถึงราคาค่าเงินด้วยเช่นกัน

3.จดผลการเทรดทุกครั้ง
ไม่ว่าผลการเทรดจะเป็นอย่างไร คุณอาจเริ่มต้นจากการเทรดด้วย demo คุณก็ต้องจดผลการเทรดด้วยทุกครั้งเพื่อที่จะได้นำมาวิเคราะห์ว่าในครั้งที่คุณเทรดแล้วมีกำไรเป็นเพราะอะไร ในครั้งที่คุณเทรดแล้วขาดทุนเป็นเพราะอะไร หรือคุณเทรดจำนวน 10 ครั้งติดต่อกัน มีกำไรกี่ครั้ง ขาดทุนกี่ครั้ง คุณจำเป็นต้องจดให้ครบถ้วน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณไม่ตะบี้ตะบันในการเทรดมากจนเกินไป และหากนาทีนั้นคุณเทรดเสียมากกว่าเทรดได้ สิ่งที่ตามมาคือ “ความอยากเอาคืน” ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเกือบ 100% คนที่อยากเอาคืนตลาด มักจะโดนตลาดเอาคืนอย่างสาสมก่อนทุกครั้งเสมอ ดังนั้นผลการเทรดที่คุณจดเอาไว้จะบอกคุณได้เองว่าคุณควรหยุดพักสักระยะหนึ่งหรือคุณควรจะไปต่อเลยในนาทีนั้นเลย

เตรียมความพร้อมในการเทรด Binary Option





ในยุคปัจจุบัน binary option เป็นที่สนใจของนักลงทุนรายย่อยในตลาดทุนเป็นอย่างมาก เสน่ห์อย่างหนึ่งของ binary option ก็คือนักลงทุนสามารถเก็งกำไรได้ ทั้งสองขา คือ ทั้ง CALL และ PUT และตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะจากประสบการณ์ การคาดเดา หรืออะไรก็ตามที่คุณเอามันมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจไม่ถือว่าผิดกฎกติกาอยู่แล้ว และคุณสามารถเลือกเล่นค่าเงินคู่ไหนก็ได้ที่คุณต้องการ 

จะว่าไปแล้ว binary option เป็นเครื่องมือการเทรดค่าเงินแนวใหม่ แต่ก็ไม่ได้ใหม่สำหรับนักลงทุนรุ่นเก๋า แต่สำหรับนักลงทุนหรือนักเก็งกำไรรุ่นใหม่ที่สนใจในการเทรดอาจจะยังไม่เคยได้ลงมือเทรดกันอย่างจริงจังเพียงแต่อาจจะได้ยินหรือผ่านหูผ่านตามาเท่านั้น แต่ก็ทำให้รู้สึกได้ว่าเป็นอีกช่องทางการเทรดที่น่าทดลองไม่น้อยเช่นกัน

binary option เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเทรดไม่น้อยไปกว่าตลาดไหน ๆ หากเราศึกษาให้ลึกซึ้งเราจะพบว่า binary option มีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่สามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว หากคุณมีความรู้ในการเทรดพอตัว คุณก็จะพบว่าคุณจะมีกำไรเกิดขึ้นทุกๆ 1 นาที แต่ช้าก่อน !! หากคุณไม่ได้ศึกษามาอย่างลึกซึ้งจริงจังเลย นั่นหมายความว่าทุกๆ 1 นาทีคือหายนะของเงินในกระเป๋าคุณเช่นกัน

พูดกันง่ายๆว่า binary option ก็คือการเทรดค่าเงินชนิดหนึ่ง ผู้ที่ได้เข้ามาในตลาดนี้แล้วก็ยากที่จะเลิกเทรด ถึงแม้ว่าจะเสียเงินไปกับตลาดนี้มากบ้างน้อยบ้างก็ตาม แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็ยังพยายามบอกตัวเองว่า “ยังไม่เข็ด” แล้วจะต้อง “เอาชนะมันให้ได้” เป็นเรื่องที่ดี หากคุณจะบอกตัวเองว่า “ยังไม่เข็ด” และพร้อมที่จะศึกษาเรียนรู้ให้มีความเจนจัดในตลาด option อย่างผู้ที่มีองค์ความรู้อย่างจริงจังต่อไป 

เราอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่า จะเทียบไปแล้วก็เหมือนกับการเล่นหวย และผู้ที่ชอบความเสี่ยงก็มักจะบอกว่าเสียแล้วก็เสียไปรอบหน้าก็เล่นกันใหม่อีก (แบบนี้อาจจะเข้าข่ายนักพนันมากกว่านักลงทุน) เพราะได้ขึ้นชื่อว่าความ “ความเสี่ยง” นั่นคือเราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะ “ได้” หรือ “เสีย” เพราะเต็มไปด้วยการคาดการณ์แทบจะทั้งสิ้น เพราะตั้งใจมาเดาเอาลูกเดียวเลย ในทางกลับกันการคาดการณ์ของผู้เทรดจะแม่นยำมากขึ้น หากอาศัยองค์ความรู้ในการเทรดเข้ามาประกอบกันอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งาน “อินดิเคเตอร์” ต่าง ๆ การดู "กราฟแท่งเทียน" ได้อย่างชำนาญ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบว่าทิศทางต่อไปมีความน่าจะเป็นไปทางไหน เพราะสาเหตุใด และหากเราคาดคะเนผิด ก็จะบอกตัวเองได้ว่าจุดไหนที่เราต้องปรับปรุง จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการเทรดได้




ไม่แนะนำให้คุณนำเงินมาเสี่ยงในตลาดนี้อย่างไม่รู้ที่มาที่ไป เพราะเงินทองเป็นของหายาก หากเกิดการสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็คือความสูญเสียทั้งสิ้น เพราะนั่นหมายถึงจะไปกระทบจิตใจของคุณด้วย ในบางรายพบว่าตนเองเล่นแล้วเข้าทางดีมากทำให้ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำในช่วงระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ในบางรายกลับพบว่าตนเองเล่นหรือเทรดอย่างไรก็เสียอยู่เช่นนั้น ยิ่งเทรดก็ยิ่งเสีย ยิ่งเสียก็ยิ่งอยากเอาคืน นั่นเป็นเพราะระบบความคิด ระบบความรู้และจังหวะของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 

ที่สำคัญคือเงินทุนของคุณจะเป็นตัวชี้วัดความเสี่ยงเหล่านั้นด้วยว่า คุณสามารถที่จะเสี่ยงและยอมรับมันได้มากน้อยแค่ไหน บางคนมีทุนมากก็พร้อมที่จะเสี่ยงได้มากและเสี่ยงได้ในระยะเวลานานมากกว่าคนที่มีทุนน้อย ผู้ที่มีทุนน้อยอาจจะต้องล่าถอยออกไปตั้งหลักใหม่ ไม่ว่าคุณพร้อมมากแค่ไหนก็ตามในเรื่องเงินทุน ขอให้รู้ไว้เถิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ที่ปรับระบบความคิดได้ก่อน หมายถึงการเทรดอย่างเป็นระบบ นั่นคือผู้ได้เปรียบในตลาดนี้ เพราะไม่ได้หมายความว่ามีเงินแล้วจะรอดปลอดภัยเสมอไป เพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น ที่ความรวยกับความจนอยู่ใกล้กันเหลือเกิน

binary option ยังไม่หายไปไหน รอให้คุณสร้างระบบเทรดที่สุดยอดสำหรับคุณเพื่อจะได้มาเก็บกำไรกันได้ทุกวัน 24 ชัวโมงกันไปเลย นักเทรดคุณภาพ กับระบบคุณภาพ คุณจะต้องเรียนรู้อย่างจริงจังว่ามันมีความหมายว่าอย่างไร ระบบคุณภาพคุณต้องสร้างมันขึ้นมาเอง เพราะคุณเท่านั้นที่จะบอกตัวเองได้ว่าระบบนี้แหละ การดูกราฟ หรือแท่งเทียนในลักษณะนี้ ตอบโจทย์ชีวิตการเทรดคุณมากที่สุด แต่มันอาจจะไม่เหมาะกับคนอื่น ๆ หากมีใครไม่เข้าใจระบบเทรดของคุณ ก็อย่าไปหวั่นไหว เอาแค่ว่าคุณสามารถทำกำไรกับระบบที่คุณสร้างมันขึ้นมาได้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว

รู้จัก Neteller ธนาคารออนไลน์




Neteller คือธนาคารออนไลน์ที่มีความสะดวกมากในการฝากถอนสำหรับการเทรด และสามารถใช้ซื้อสินค้าหรือบริการได้อีกด้วย ซึ่งจะมีขั้นตอนในการสมัครที่ไม่ยากมาก ทำรายการไปตามที่ระบบแจ้งไปอย่างเป็นขั้นตอน และจำเป็นต้องเตรียมบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนด้วย หากขั้นตอนการสมัครผ่านเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับบัตรของ Neteller และกลับเข้าไปทำการยืนยัน code ในระบบอีกครั้ง คุณก็สามารถใช้งานเกี่ยวกับการเทรดได้ทันที และการโอนเงินจาก Neteller เข้าไปยังโบรคเกอร์จะไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด 




จะพบว่ามีช่องทางการในการฝากเงินหรือถอนเงินอยู่หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น
Credit and Debit Cards :
  • MasterCard Credit
  • Visa Credit
  • Visa Debit
  • Visa Electron
  • MasterCard Debit
  • Maestro


Alternative Deposit Options :
  • Skrill
  • Bitcoin
  • Quick Bank Transfer

เป็นต้น


Neteller มีทั้งโบรคเกอร์และเว็บไซต์จำนวนมากทั่วโลก ที่คุณสามารถใช้ทำธุรกรรมได้อย่างสะดวก ซึ่งค่าธรรมเนียมการโอนเงินสำหรับการใช้บริกการบางรายการก็ไม่ได้สูงมาก จึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องดังกล่าว

สมัครใช้งาน : https://www.neteller.com/




Exness