Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate

Forex, EA, Binary Option, Signals, affiliate
แหล่งความรู้สำหรับผู้เริ่มต้นการเทรดค่าเงิน มาเรียนรู้ไปด้วยกันอย่างถูกต้อง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ indicator แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ indicator แสดงบทความทั้งหมด

Stochastic Oscillator คุณใช้งานถูกต้องอยู่หรือเปล่า





Stochastic Oscillator หลักในการคำนวณที่ลึกซื้งคงจะไม่พูดถึงในจุดนี้เพราะนักเทรดไม่ได้ใช้กันอยู่แล้ว แต่นักเทรดควรรู้ว่า เส้นทั้ง 2 เส้นมีความหมายว่าอย่างไร
  • เส้น %D สีน้ำเงินคือการเทียบราคา HI ของวัน
  • เส้น %K สีแดงจะเป็นผลการคำนวนของค่าเฉลี่ยเส้นแรก

ความเข้าใจอย่างง่ายสำหรับ Stochastic Oscillator คือมันจะช่วยบอกการแกว่งของราคา หากราคาปิดเข้าใกล้จุด HI ของวัน เส้นมันจะขยับเข้าใกล้ 100 ไปเรื่อย ๆ ยิ่งอยู่ในโซนใกล้ 100 หลายวัน ก็หมายความว่าราคาปิดจะสูงขึ้นไปอีกได้ และในขาลงหากปิดต่ำกว่า HI ของวัน Stochastic Oscillator ก็จะลดระดับลงต่ำเข้าใกล้ 0 มากขึ้นไปเรื่อย ๆ 

แต่หากจะดูว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้น หรือขาลงแล้วก็สามารถดูได้จาก
  • การที่มันเข้าถึง 80  และขยับตัวอยู่ในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ และนาน นั่นหมายความว่ามันเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง และให้สัญญาณว่าราคาจะปิดที่ใกล้ไฮของวันได้เรื่อยๆ
  • การที่มันลงมาเข้าสู่เขต 20 และรักษาราคาในโซนนี้ได้เรื่อย ๆ มันก็บอกกับเราว่าเป็นเทรนด์ขาลงอย่างแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน
นักเทรดหลาย ๆ ท่านเข้าใจว่า
  • หากเส้นสีน้ำเงินเข้าถึง 80 ให้เตรียม sell หากมันตัดกับเส้นแดงลงมา 
  • และหากเส้นน้ำเงินลงมาถึง 20 ให้เตรียม buy หากมันตัดกับเส้นแดงขึ้นไป 
แต่ลองสังเกตดุดี ๆ ละกันว่าอย่างไหนกันแน่ที่เจ้า Stochastic Oscillator บอกกับเรา เพราะบางทีมันอาจจะช่วงเวลาที่กราฟย่ออยู่ หรือมันบอกกับเราว่ารอต่อไปอีกสักหน่อยเถิดนักเทรดทั้งหลาย ยังไม่ต้องรีบ buy หรือ sell จนเกินไป มิเช่นนั้นท่านอาจจะต้องทนถือขาดทุน , cut loss , หรือขายหมูไปก่อนก็อาจเป็นได้นะ .. แบบนี้ต้องทดสอบกันหน่อยแล้วหละ ..

ก่อนใช้ indicator ทำความเข้าใจให้ชัดเจน






Indicator หรือ Indy ที่มีให้ใช้แบบฟรี ๆ ในระบบหลายสิบตัวก็ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยในการระบุแนวโน้มและการกลับทิศของกราฟได้ หลาย ๆ คนมีความถนัดมากกว่าที่จะดูจากกราฟเปล่า ๆ เพราะอินดิเคเตอร์จะเหมือนตัวช่วยตีความและวิเคราะห์ราคา รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะการของกราฟในขณะนั้นให้กับเราได้

ก่อนที่จะเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งหรือหลาย ๆ ตัว เพื่อขจัดความเสี่ยงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักเทรดต้องทำความเข้าใจกับพวกมันก่อน เพราะหากเลือกใช้ผิดจะเกิดความขัดแย้งอย่างมีนัยยะสำคัญขึ้นทันที อินดิเคเตอร์บางตัวให้สัญญาณแม่นยำเฉพาะตลาดที่มีแนวโน้ม บางตัวให้สัญญาณในตลาด Sideway แบบกราฟสวิงไปมาสั้น ๆ ได้ดี คุณต้องหาเหตุผลและวิธีการใช้งานให้ได้ก่อนที่จะเลือกใช้มัน หรือหากนำมันมาผสมผสานเข้ากันก็ต้องรู้ว่ามันเหมาะกับตลาดแบบไหน หรือกรอบเวลาช่วงไหนด้วย

ในตลาดที่มีความซับซ้อน และปัจจัยทางเศรษฐกิจก็เข้ามามีบทบาทอย่างมาก ผู้ที่มีประสบการณ์หลาย ๆ คนอาจจะเลือกใช้ Indicator น้อยตัว หรือเทรดแบบกราฟเปล่าไปเลย เพราะว่าเพียงเห็นกราฟหรือราคาก็สามารถหาจุดเข้า order ได้แล้ว แต่สำหรับนักเทรดมือใหม่การที่จะไม่ใช้ตัวช่วยใด ๆเลยดูจะเป็นเรื่องยากจนท้อใจ ดังนั้นให้เลือกใช้ Indicator ที่เราเข้าใจที่สุดก่อนและดูร่วมกันกับกราฟราคา เชื่อว่าหากคุณดูมันบ่อย ๆ หลาย ๆ ชั่วโมงต่อวัน นักเทรดก็จะจับสัญญาณจากแท่งเทียนได้เองเช่นกัน ถึงวันนั้นก็คงจะค่อย ๆ ถอดอินดิเคเตอร์ ออกไปจนเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

อินดิเคเตอร์แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator 
2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator 
3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น

1.อินดิเคเตอร์แบบตามแนวโน้ม  Trend  Following Indicator จะให้สัญญาณได้แม่ยำเมื่อตลาดกำลังเคลื่อนไหวหรือมีแนวโน้ม แต่จะด้อยคุณภาพมาก ๆ หากตลาดอยู่นิ่งไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหว หรือภาวะ Sideway ให้คุณลองมองหา indicator ซัก 1 ตัวที่คุณเข้าใจมัน มันจะให้สัญญาณประเภทที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับราคาหรือเกิดขึ้นภายหลังราคา พวกมันจะมีการกลับตัวหลังจากที่แนวโน้มได้เกิดทิศทางกลับทิศไปแล้วสักพัก

2.อินดิเคเตอร์ที่บ่งบอกการแกว่งของราคา Oscillator ให้สัญญาณที่เร็ว และเกิดขึ้นก่อนราคาหรือเกิดขึ้นพร้อมกันกับราคา ซึ่งมักจะมีการกลับตัวก่อนหน้าของราคาด้วย แต่อาจจะให้สัญญาณเร็วเกินไปจนพากันรีบเข้า order และอันตรายเมื่อตลาดเริ่มต้นที่จะเกิดแนวโน้ม 

3.อินดิเคเตอร์กลุ่มอื่น ที่บ่งบอกราคาสูงสุด หรือต่ำสุดของวัน ภาวะหมี หรือภาวะกระทิง อัตราส่วนของ option put call หรือจะนำหลาย ๆ ตัวมาผสมผสานกันแล้วมาใช้ก็ได้ เพราะนักเทรดอาจจะต้องการให้ข้อดีของอินดิเคเตอร์บางตัวไปทำลายข้อเสียของบางตัว ส่วนใหญ่อินดิเคเตอร์จำพวกนี้ต้องใช้ความสามารถขั้นสูงสักหน่อยในการจับแต่ละตัวมาผสมผสานกัน มีทั้งแจกฟรี และเสียเงินนะครับ แต่หากไม่เข้าใจก็ไม่สามารถทำกำไรได้อยู่ดี

โปรดจำไว้ว่า ไม่มีใครมาออกคำสั่งให้คุณต้องเทรดเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ ดังนั้นหากอินดิเคเตอร์ที่คุณใช้อยู่ยังให้สัญญาณไม่ชัดเจนก็อย่าได้รีบเข้า order โดยเด็ดขาด คุณอาจเคยได้ยินว่าสัญญาณหลอกมาบ้าง ซึ่งก็มันก็จะรวมกับคำว่าเราก็หลอกตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะความใจร้อน หรือความโลภก็ดี จึงทำให้เข้าผิดมากกว่าเข้าถูกอยู่ร่ำไป ถ้าไม่มีสัญญาณ เราก็ไม่เข้า อาจจะไปดูคู่เงินอื่น ๆ ที่มัสัญญาณชัดเจนกว่าหรือปิดหน้าจอไปเลยแล้วค่อยเทรดใหม่ก็ยังไม่สาย

ลิงค์เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง http://www.binaryoptionee.com

รู้จัก Indicator ตัวช่วยในการเทรด




นอกจากอินดิเคเตอร์แล้วก็ยังมีตัวกราฟแท่งเทียน และเส้นเทรนไลน์อีกที่เราต้องค่อย ๆ เรียนรู้เพราะเป็นส่วนสำคัญในการเทรดด้วยเช่นกัน

เรามาเจาะในเรื่องของ Indicator กันก่อน เพราะมีนักเทรดจำนวนไม่น้อยที่ใช้เพียง indicator ไม่กี่ตัวก็สามารถทำกำไรในตลาด Binary Option และ ตลาด Forex ได้ และยังทำให้พวกเขายืนระยะการเทรดแบบยาว ๆ กันได้เลย คืออะไร ยืนระยะการเทรดแบยาว ๆ ก็คือการสามารถอยู่ในตลาดเทรดค่าเงินแห่งนี้ได้เรื่อย ๆ มองเห็นว่าสามารถทำกำไรได้ไม่ยากเกินไป เพราะพวกเขามี indicator ที่พวกเขาเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ผ่านการทดสอบมาครั้งแล้วครั้งเล่า อาจจะมีบ้างที่ต้องพบกับการขาดทุน แต่ว่าสถิติการทำกำไรกลับมากกว่าจนน่าพอใจ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เลือกใช้มัน จริงไหม๊?

Indicator เป็นเครื่องมือทางด้านสถิติและคณิตศาสตร์ ที่มาช่วยพยากรณ์ทิศทางของราคาไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลงและก็ยังเป็นตัวให้สัญญาณยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น มันจะส่งสัญญาณให้เรารู้ว่าหากราคาหุ้นทะลุแนวต้านไปแล้วให้เราเข้าออเดอร์ขาย และหากราคาหุ้นทะลุแนวรับจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าให้เราเข้าออเดอร์ซื้อ เป็นต้น อินดิเคเตอร์สามารถนำมาเป็นตัวบอกสัญญาณและคาดการณ์ราคาของหุ้นในอนาคตได้ด้วย

Indicator บางตัวจะช่วยนักเทรดในการชี้ทิศทางของตลาด โดยสถิติที่ได้มานั้นก็จะเอาจิตวิทยาการเล่นหุ้นของนักลงทุนทั้งตลาดมาประเมินร่วมกับ indicator นั้นๆด้วย เพราะพฤติกรรมต่างๆของราคาปกติแล้วจะเกิดขึ้นช้าไม่ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ และก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเหตุการณ์ผิดปกติต่างๆ เช่น ข่าวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันไม่ว่าจะเป็นด้านดี หรือด้านร้าย ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ indicator เหล่านี้ ส่งสัญญาณออกมาไปตามความผิดปกตินั้นได้ด้วยเช่นกัน

“อินดิเคเตอร์” ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบต่างๆ การใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป และในแต่ละตัวมีความแม่นยำต่างกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อเราตัดสินใจเลือกใช้อินดิเคเตอร์ตัวใดก็ตามมาเป็นเครื่องมือนำทาง เราก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกับมันก่อนที่จะนำมาใช้ ที่บอกว่ามีความแม่นยำก็ต้องรู้ว่าแม่นยำในจุดใด ส่งสัญญาณมาแบบไหน เราจึงเข้าออเดอร์ตาม

หากคุณเลือกใช้ Indicator เพียงเพราะคนอื่นใช้แล้วเขาสามารถทำกำไรได้มากมาย คุณก็กระโดดเข้าไปร่วมวงด้วย และคุณพบว่าคุณไม่สามารถทำกำไรจากมันได้เลย ยิ่งเทรด ยิ่งใช้มัน ยิ่งสับสน จิตใจที่เคยนิ่ง ๆ ก็กลับกระวนกระวาย เพราะคิดว่ามันจะพาคุณไปทำกำไร แต่ท้ายที่สุดกลับพบกับการขาดทุนที่คาดไม่ถึง นั่นเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ทำความเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร มันให้สัญญาณเร็วหรือมันให้สัญญาณช้ามากน้อยขนาดไหน คุณถึงเข้าออเดอร์ได้ 

มาถึงตรงนี้แล้ว มันไม่สำคัญว่าคุณใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหน หรือไม่ใช่มันเลย แต่สำคัญว่าเครื่องมือนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่ บางคนชอบความรวดเร็ว ชอบเทรดบ่อย ๆ ก็ใช้ตัวที่ให้สัญญาณเร็ว เช่น Oscillator แต่หากบางคนสามารถรอสัญญาณที่ช้า แต่มีความแม่ยำสูง ก็อาจจะเลือกใช้ EMA ก็ได้ เมื่อคุณเลือกที่จะใช้ Indicator ตัวใดแล้วก็ตามคุณต้องระลึกไว้เสมอว่าอินดิเคเตอร์ชุดนี้จะเป็นตัวชี้นำและเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการตัดสินใจต่อการลงทุนของคุณ 

เครื่องมือที่นำมาเป็นตัวช่วยในการเทรด





การเทรดหุ้น หรือการเทรดค่าเงิน เป็นศาสตร์อย่างนึงที่จำเป็นต้องมีเครื่องมือในการช่วยวิเคราะห์ ส่วนใหญ่จะพูดถึง "อินดิเคเตอร์" ต่าง ๆ ที่มีมากมายมากกว่า 10 ตัว ต่างคนก็ต่างนำมาใช้ตามความถนัด แต่อีกมุมหนึ่งนักเทรดบางคนอาจจะบอกว่าไม่ได้ช่วยอะไรในการเทรดมากขนาดนั้น สู้ดูกราฟแท่งเทียนเปล่า ๆ ไม่ได้ เพราะอินดิเคเตอร์อย่างไรแล้วก็วิ่งตามราคาอยู่ดี เป็นต้น

ในส่วนนี้ไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวอะไร ไม่ต้องถกเถียงกันให้เสียเวลาไม่ได้มีประโยชน์หรือสาระสำคัญอะไร อยู่ที่ความเข้าใจและความพอใจของนักเทรดมากกว่า เพราะหลาย ๆ ครั้งที่นักเทรดคิดว่าเราเข้าใจในกราฟเปล่าแล้วจะใช้ระบบนี้ แต่พอได้ยินมาว่ามีระบบอินดิเคเตอร์เทพมาก สามารถทำกำไรได้ทุกตา เทรด 10 ตา ชนะ 10 ตา กำไรเน้น ๆ ก็ทำให้เรากระโดดเข้าไปร่วมวงด้วยแบบไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ อาจจะกลายเป็นเทรด 10 ตา ชนะ 2 แพ้ 8 ก็อาจเป็นได้ บอกได้เลยว่าไม่มีอะไรแน่นอนในตลาดนี้เลย

ไม่ว่าจะเป็นการดูกราฟเปล่าหรือการนำเส้นอินดิเคเตอร์มาใช้ ทั้งหมดนี้ได้มีการศึกษาวิเคราะห์มาแล้วทั้งสิ้นว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง ดังนั้นหากนักเทรดจะนำเครื่องมือใดๆมาใช้ ก็ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ว่าเข้ากันกับจริตนักเทรดหรือไม่ อย่างไร เพราะเครื่องมือต่างๆเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีประสิทธิภาพด้วยกันทั้งสิ้นขึ้นอยู่กับการนำมาใช้ให้ถูกต้องเท่านั้นเอง

การนำมาใช้ก็ต้องนำมาใช้ให้ถูกต้องกับบริบทของการเทรดด้วย indicator บางตัวเป็นตัวที่ให้สัญญาณช้า บางตัวให้สัญญาณเร็ว ก็ต้องถามใจนักเทรดก่อนว่าคุณชอบหรือเหมาะกับเครื่องมือแบบใดกันแน่ เพราะนักเทรดต้องให้เครื่องมือนั้นนำทางในการเทรดต่อไปเรื่อย ๆ จนตลอดรอดฝั่ง และอย่าลืมว่าเครื่องมือนี้จะมาเป็นตัวบังคับการเทรดของเราและช่วยเราในการตัดสินใจ ทันทีที่มันบอกสัญญาณ คุณก็ต้องเข้าออเดอร์ไปตามนั้น และคอยจับสังเกตว่าสัญญาณที่ส่งมาถูกต้องหรือไม่ สิ่งสำคัญอย่าตัดสินใจว่าสัญญาณถูกหรือผิดเพียงคุณนำมาใช้ไม่กี่ครั้ง เพราะคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า ผิดกี่ครั้งและผิดเพราะอะไร เครื่องมือให้สัญญาณผิดหรือเป็นเพราะคุณเองที่ไม่ได้เข้าตามสัญญาณ ก็ให้จดเอาไว้ทุกครั้งและนำมาตัดสินใจอย่างเป็นระบบต่อไป

นักเทรดจำเป็นต้องระลึกอยู่เสมอว่าเครื่องมือที่นำมาใช้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ เพียงเสี้ยววินาทีที่คุณออกคำสั่งไปแล้ว นั่นหมายถึงว่าคุณจะไม่มีทางเปลี่ยนมันได้อีก นั่งลุ้นด้วยใจระทึก นั่นคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เครื่องมือเหล่านี้มันมีพลังในตัวของมันเอง เพราะมันเป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะกำไรหรือขาดทุน

Exness